ร้านมือถือโคราชคึกคัก!! ประชาชนแห่ซื้อโทรศัพท์ใหม่เพื่อรองรับการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังเครื่องเก่าไม่สามารถใช้งานแอป “เป๋าตัง” ได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ส่งผลยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนทั้งแรงกระตุ้นเศรษฐกิจและช่องว่างด้านเทคโนโลยี
วันที่ 26 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย ส่งผลให้บรรยากาศตามร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่า ซึ่งไม่สามารถอัปเดตระบบหรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ จำเป็นต้องตัดสินใจซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่เพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
นายจตุรเทพ บูรณาทิตย์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เพื่อใช้งานโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เนื่องจากโทรศัพท์เครื่องเดิมไม่รองรับแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แม้จะมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยคุ้มค่าในช่วงแรก แต่ก็ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการของภาครัฐในอนาคต เพราะหากไม่ซื้อวันนี้ วันข้างหน้าก็จำเป็นต้องซื้ออยู่ดี
หลังจากซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ ตนสามารถสมัครแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้สำเร็จ และได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 60% ส่วนประชาชนจ่ายเอง 40% ซึ่งสามารถนำไปซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคภายในครัวเรือน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก พร้อมกล่าวขอบคุณรัฐบาลที่มีโครงการดี ๆ ออกมาช่วยเหลือประชาชน และอยากให้มีโครงการลักษณะนี้ต่อเนื่องในอนาคต
ด้านนางสาวรัตน์ปุณยาพร พุทธวรรณกุล เจ้าของร้านโทรศัพท์ “อุ๊โมบาย” เปิดเผยว่า ตั้งแต่รัฐบาลเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” มีประชาชนทยอยเข้ามาซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงใกล้ปิดรับลงทะเบียน เนื่องจากโทรศัพท์รุ่นเก่าหลายเครื่องไม่สามารถอัปเดตซอฟต์แวร์ และไม่รองรับการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ บางรายยังใช้โทรศัพท์ปุ่มกดหรือสมาร์ทโฟนรุ่นเก่า จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องรุ่นใหม่เพื่อให้สามารถโหลดแอปได้ โดยหลายคนเดินทางมาพร้อมลูกหลานเพื่อขอให้ทางร้านช่วยตรวจสอบและติดตั้งแอปพลิเคชันให้ ซึ่งบางรายสามารถดำเนินการได้ทันที แต่บางรายจำเป็นต้องไปติดต่อธนาคารเพื่อยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ทั้งนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังเข้าไม่ถึงสมาร์ทโฟนหรือระบบดิจิทัลสมัยใหม่ ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อเข้าถึงสิทธิของภาครัฐในยุคดิจิทัล








