จังหวัดสกลนครสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวอีกครั้ง หลัง “คูสุด” ริมทะเลสาบหนองหาร กลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ด้วยการปรับภูมิทัศน์พื้นที่ให้เป็นแหล่งพักผ่อน ออกกำลังกาย และชมธรรมชาติ พร้อมติดตั้งรูปปั้น “กะฮอกด่อน” หรือกระรอกเผือก ซึ่งถูกยกให้เป็นสัตว์ในตำนาน สร้างความแปลกใหม่และดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
คูสุดตั้งอยู่บริเวณริมหนองหาร ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมืองสกลนคร ระหว่างสวนแม่และสวนลูก เป็นพื้นที่ยอดนิยมของชาวเมือง ทั้งการนั่งพักผ่อน จิบกาแฟ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตก รวมถึงเป็นจุดท่าเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเกาะดอนสวรรค์ และเกาะต่างๆ ในหนองหารที่มีมากกว่า 30 เกาะ
นายโกมุท ทีฆธนานนท์ นายกเทศมนตรีนครสกลนคร เปิดเผยว่า พื้นที่คูสุดเดิมเป็นแนวถนนโบราณที่ยื่นลงไปในหนองหาร ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร เคยมีการขุดตรวจสอบในอดีตแต่ไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคูเมืองโบราณ พบเพียงลูกรังที่ใช้เป็นทางสัญจร จึงได้พัฒนาเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการพักผ่อนและออกกำลังกายของประชาชน
ปัจจุบันมีการปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปลูกต้นไม้ ดอกไม้นานาพรรณ ปรับปรุงถนนทางเข้า และจัดสร้างห้องน้ำ รวมถึงการกำจัดผักตบชวาในพื้นที่ เพื่อเพิ่มความสวยงามและความสะอาดให้พื้นที่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ครบวงจร
สำหรับ “กะฮอกด่อน” หรือกระรอกเผือกที่ถูกนำมาติดตั้งบริเวณคูสุดนั้น มีการอ้างอิงถึงตำนานพื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพญานาคและวรรณกรรมเรื่องท้าวผาแดงนางไอ่ โดยในบางพื้นที่ถือเป็นสัญลักษณ์ในตำนานของภาคอีสาน แม้จะมีการถกเถียงเรื่องที่มาระหว่างจังหวัดสกลนครและอุดรธานี แต่ยังคงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์เชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
นายกเทศมนตรีนครสกลนคร ระบุเพิ่มเติมว่า จุดดังกล่าวเดิมเป็นพื้นที่กลับรถ แต่ได้รับการพัฒนาให้เป็นวงเวียนและแลนด์มาร์กใหม่ เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มความน่าสนใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยมีระบบแสงสว่างและความปลอดภัย พร้อมกำหนดเวลาเปิด–ปิดถึง 21.00 น.
นอกจากนี้ คูสุดยังเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวหลายจุดในจังหวัดสกลนคร ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เพิ่มรายได้ให้พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน








