วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางลงพื้นที่ท่าเทียบเรือ ส.กฤตวัน ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อติดตามการฝึกซ้อมแผนอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนจากพื้นที่วิกฤตทางทะเล ประจำปี 2569 โดยมี นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ให้การต้อนรับ การฝึกครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างอำเภอคลองใหญ่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กองทัพเรือ หน่วยงานความมั่นคง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสาธารณสุข และภาคประชาชน โดยมีการจัดตั้งกองอำนวยการร่วมและศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางประสานงานตลอดการฝึกซ้อม
สำหรับสถานการณ์จำลองครั้งนี้ กำหนดให้เกิดเหตุข้าศึกยิงกระสุนปืนใหญ่ตกใส่ถนนสุขุมวิท จนถนนได้รับความเสียหายและถูกตัดขาด ซึ่งถือเป็นเส้นทางหลักเพียงสายเดียวในการเข้า-ออกอำเภอคลองใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 22,000 คน ในพื้นที่เสี่ยงภัยไม่สามารถอพยพทางบกได้ และจำเป็นต้องใช้การอพยพทางทะเลแทน
กระบวนการอพยพเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลและยานพาหนะเข้าประจำจุดต่าง ๆ ตามแผน ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือ การอพยพนักเรียนจากโรงเรียนคลองใหญ่วิทยาคม และโรงเรียนบ้านคลองมะขาม โรงเรียนละ 50 คน รวมถึงประชาชนในพื้นที่เข้าสู่จุดรวมพลรองรับผู้อพยพชุดแรกจำนวน 60 คน
เมื่อถึงจุดอพยพ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการคัดกรองสภาพร่างกาย พร้อมมีเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอำเภอคลองใหญ่ ตรวจสอบบุคคลต่างด้าวอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ยังมีการจำลองสถานการณ์เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางจำนวน 20 คน รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยได้รับการสนับสนุนรถกู้ชีพและรถพยาบาลจากโรงพยาบาลคลองใหญ่ เทศบาลตำบลหาดเล็ก เทศบาลตำบลคลองใหญ่ อบต.คลองใหญ่ อบต.ไม้รูด และหน่วยกู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือ ร่วมปฏิบัติภารกิจเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามหลักการแพทย์อย่างปลอดภัย
หลังผ่านกระบวนการคัดกรอง ผู้อพยพจำนวน 80 คน ถูกลำเลียงเข้าสู่จุดพักคอย ก่อนอพยพทางน้ำ โดยเทศบาลตำบลหาดเล็กจัดเรือจำนวน 2 ลำ ร่วมกับเรือของกองทัพเรือ ลำเลียงประชาชนออกจากพื้นที่วิกฤตไปยังอำเภอแหลมงอบ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 80 กิโลเมตร
ด้าน นางเพ็ญนภา เกตุกัลยา ชาวบ้านตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ เปิดเผยว่า ยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์ชายแดน เพราะมองว่าฝั่งกัมพูชายังคงมีพฤติกรรมลุกล้ำพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนเตรียมเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นใส่กระเป๋าไว้ตลอดเวลา พร้อมอพยพทันทีหากเกิดเหตุปะทะ
อย่างไรก็ตาม มองว่าการซ้อมแผนครั้งนี้เป็นเรื่องดี เพราะทำให้ประชาชนตื่นตัว และเข้าใจขั้นตอนการอพยพหากเกิดเหตุจริง
พลเรือเอกไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ กล่าวว่า การฝึกอพยพประชาชนถือเป็นแผนฝึกประจำปีของกองทัพเรือ โดยปีนี้เลือกพื้นที่อำเภอคลองใหญ่เป็นจุดฝึก เพื่อบูรณาการแผนอพยพระหว่างกองทัพเรือ จังหวัด และอำเภอ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมยืนยันว่า กองทัพเรือมีความพร้อมเต็มร้อยในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ทั้งการรักษาแนวตรวจการณ์ชายแดน และการเตรียมกำลังพลเข้าช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์
ส่วนกรณีข่าวลือการเปิดด่านชายแดนนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือยืนยันว่า ไม่มีการเปิดด่านแต่อย่างใด การเปิดประตูเล็กที่ปรากฏในบางครั้ง เป็นเพียงการดำเนินการด้านมนุษยธรรมและการส่งตัวผู้กระทำผิดกลับประเทศตามกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น








