วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 จากกรณีเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา กองทัพบกได้รับรายงานจาก ร้อย ทพ.2603 กองกำลังสุรนารี ขณะปฏิบัติภารกิจปรับปรุงที่มั่นเสริมความมั่นคง บริเวณหลักเขตแดนที่ 18 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ โดยเมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. กำลังพลได้ยินเสียงปืนเล็กจำนวน 5 นัด ดังมาจากทางทิศใต้ ห่างจากจุดปฏิบัติการประมาณ 600 เมตร สร้างความตึงเครียดให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียงที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ โดยเฉพาะที่หมู่บ้านกันเต็ล ต.บ้านจารย์ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ห่างจากด่านช่องจอมประมาณ 20 กิโลเมตร แม้จะไม่ได้อยู่ติดแนวชายแดนโดยตรง แต่ชาวบ้านยังคงหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุสู้รบรอบใหม่
นางสมจิตร สุตลาวดี อายุ 60 ปี แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่ง เจ้าของร้าน “ก๋วยเตี๋ยวเรือแม่สมจิตร” กล่าวว่า พื้นที่บริเวณร้านเดิมเคยเป็นตลาดคลองถมที่คึกคัก แต่หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตลาดต้องปิดตัวลง ก่อนจะต้องเผชิญสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนจนต้องอพยพมาแล้วถึง 2 ครั้ง นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและต้นทุนการค้าขาย แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารตามสั่งในราคาเดิม เพราะเห็นใจลูกค้า ทำให้ปัจจุบันแทบเหลือเพียงกำไรเล็กน้อยพอจ่ายค่าน้ำค่าไฟ
นางสมจิตร กล่าวว่า ในอดีตเส้นทางดังกล่าวมีผู้คนจากหลายจังหวัดเดินทางผ่านเพื่อไปยังตลาดช่องจอม ทำให้ค้าขายดี แต่หลังเกิดเหตุความไม่สงบ คนเดินทางลดลงอย่างมาก ส่งผลให้รายได้หดหาย ยอมรับว่ายังคงไม่ไว้วางใจสถานการณ์ชายแดน และกังวลว่าจะเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยได้ยินเสียงปืนจากฝั่งกัมพูชาจำนวน 11 นัด แต่ครั้งล่าสุดที่มีรายงานยิง 5 นัดนั้นไม่ได้ยินเสียง
“ชาวบ้านลำบากมาก อพยพแต่ละครั้งใช้ชีวิตยาก บางคนไม่มีเงินติดตัวเลย ดีที่ยังมีข้าวให้กิน อยากให้รัฐบาลและทหารแก้ปัญหาให้จบ เพราะประชาชนเดือดร้อนกันมานานแล้ว” นางสมจิตร กล่าว








