ทภ.1 เปิดเวทีเสวนาประวัติศาสตร์ชายแดนไทย–กัมพูชา สร้างความเข้าใจและข้อเท็จจริง เปิดมุมมองให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีจิตสำนึกรักชาติและรวมพลังหวงแหนอธิปไตยของชาติ
วันนี้ (20 พ.ค.69) กองทัพภาคที่ 1 จัดกิจกรรมบรรยายและเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ที่มาเส้นเขตแดนไทย–กัมพูชา” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจด้านประวัติศาสตร์และความมั่นคงของประเทศให้แก่เยาวชนและผู้สนใจ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองทางประวัติศาสตร์ ณ หอประชุมกองทัพภาคที่ 1 โดยมี พล.ท. วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้การต้อนรับและเป็นประธานเปิดการเสวนา โดยมีทั้งนิสิต นักศึกษา และเยาวชนจากหลายสถาบันการศึกษามาร่วมรับฟังการเสวนา อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.ธรรมศาสตร์, ม.มหิดล, ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.เทคโนโลยีราชมงคล รวมถึงผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ เข้าร่วมรับฟังกว่า 200 คน ท่ามกลางบรรยากาศการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
โดยการเสวนาครั้งนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการของเส้นเขตแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่อดีตในยุคหินเก่า จนถึงก่อนเข้าสู่ยุคล่าอาณานิคมที่ชาติตะวันตกนำแนวคิดการกำหนดเขตแดนสมัยใหม่เข้ามาใช้ จนนำไปสู่ข้อพิพาทด้านแผนที่และการตีความแนวเขตแดนในหลายพื้นที่ ตลอดจนสะท้อนพระปรีชาสามารถด้านการทูตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงรักษาเอกราชและอธิปไตยของชาติท่ามกลางแรงกดดันจากมหาอำนาจในยุคนั้น นอกจากนี้ ได้มีการยกข้อพิพาทต่างๆ ที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับการปกป้องและรักษาอธิปไตยของไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน
ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้มีโอกาสพบตัวแทนเยาวชน พร้อมกล่าวให้โอวาท ว่ามีความยินดีที่น้องๆ ได้มีโอกาสได้เรียนรู้ประวัติศาสตรของชาติ จากผู้ที่มีความรู้ความสามารถถือเป็นเรื่องที่ดี ที่เราจะได้เจ้าใจถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ในการรักษาแผ่นดินของเราตั้งแต่ บรรพบุรุษ มาจนถึงปัจจุบันนี้
ในทางทหารนั้นเราใช้สมรภูมิรบที่ผ่านมา นำมาเป็นบทเรียนมาพัฒนายุทธศาสตร์ เช่นเดียวกัน เรานำประวัติศาตร์ที่เป็นรากเหง้าของไทย มาศึกษาและปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ใช้กับหน่วยงาน ตลอดจนนำไปถ่ายถอดเรื่องราวดีๆ ให้กับสังคมต่อไป
พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 1 ได้จัดโครงการประกวดคลิปวิดีโอสั้นแนวตั้ง ความยาว 1-3 นาที ภายใต้หัวข้อประวัติศาสตร์ชาติไทย ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 20,000 บาท เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ผ่านสื่อสร้างสรรค์อีกด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการสืบสานความมั่นคงของประเทศต่อไป








