มข.ต่อยอดนวัตกรรมน้ำมันชีวภาพจากใบอ้อย ชูโมเดลเศษวัสดุเหลือใช้สร้างพลังงานทางเลือกและรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 พ.ค.25669 ที่สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มข. พร้อมด้วย และ รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ รองผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และดิจิทัล นำคณะนักวิจัยประชุมร่วมกับ ดร.คุณกำพล ฤทัยวณิช Head of Mitr Phol Innovation and Research และคณะนักวิจัยมิตรผล ตามแผนงานการขับเคลื่อนโครงการวิจัยการแปรรูปใบอ้อยเป็นน้ำมันชีวภาพ หรือ Bio-oil และการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมตามวัตกรรมพลังงานสะอาดจากใบอ้อย
รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มข. กล่าวว่า แผนการขับเคลื่อนนวัตรกรรมพลังงานสะอาดจากใบอ้อยเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หรือ สอน. และ มข. ในการพัฒนา เครื่องต้นแบบการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากใบและยอดอ้อย ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการปฏิรูปสู่อุตสาหกรรม 4.0 และแผนปฏิบัติราชการของ สอน. ที่มุ่งลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยนวัตกรรมไพโรไลซิสด้วยการ เปลี่ยนใบอ้อยเป็นน้ำมันชีวภาพ โดยได้ร่วมกันวิจัยและผลิตเครื่องต้นแบบการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากใบและยอดอ้อย ซึ่งใช้เทคโนโลยี ไพโรไลซิส (Pyrolysis) หรือการใช้ความร้อนสูงในสภาวะไร้ออกซิเจนเปลี่ยนมวลชีวภาพให้กลายเป็นของเหลว, โดยเครื่องต้นแบบนี้มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันชีวภาพได้สูงถึง 1,000 ลิตรต่อวัน
"กระบวนการดังกล่าวเริ่มต้นจากการนำใบอ้อยมาสับย่อยให้มีขนาดเล็กประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ก่อนป้อนเข้าสู่เตาปฏิกรณ์ที่มีอุณหภูมิระหว่าง 400-600 องศาเซลเซียสซึ่งผลผลิตที่ได้นอกจากน้ำมันชีวภาพแล้ว ยังได้ ถ่านไบโอชาร์ (Biochar) ซึ่งเป็นวัสดุปรับปรุงดินที่มีมูลค่าสูง ทั้งนี้ ทีมวิจัยยังได้พัฒนาการนำน้ำมันชีวภาพไปผสมกับน้ำมันที่ได้จากการกลั่นขยะพลาสติกในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อนำไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตรและรถจักรยานยนต์ ซึ่งช่วยลดปัญหามลพิษและไอเสียได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกเหนือจากด้านพลังงานแล้ว สำนักบริการวิชาการ มข. ยังได้ร่วมกับกลุ่มมิตรผลดำเนินกิจกรรม การสร้างคุณค่าร่วมกันในพื้นที่เครือข่ายโรงงานน้ำตาลมิตรผล 3 แห่ง ประกอบด้วย มิตรน้ำตาลกุฉินารายณ์ (กาฬสินธุ์), มิตรภูเวียง (ขอนแก่น) และมิตรภูเขียว (ชัยภูมิ) โดยมีโครงการเด่นที่ช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร ในด้านของ การพัฒนาเนยถั่วลิสง ,นมถั่วลิสง และถั่วกรอบแก้ว ในพื้นที่กาฬสินธุ์ นวัตกรรมข้าว ด้วยการร่วมกับการแปรรูปข้าวทับทิมชุมแพเป็นข้าวแต๋นน้ำแตงโมและข้าวตังหน้าตั้ง ด้านการปศุสัตว์มูลค่าสูงด้วย การส่งเสริมการเลี้ยง ไก่ประดู่หางดำ (ไก่กูดยูริกต่ำ) ของ มข. เพื่อเป็นรายได้เสริมและทางเลือกสุขภาพให้กับเกษตรกร,และการจัดการเศษวัสดุด้วการผลิตถ่านอัดแท่งจากใบอ้อยและเถ้าชานอ้อยเพื่อใช้ในครัวเรือนและจำหน่าย"
รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กล่าวต่อว่าการนำงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยลงไปประยุกต์ใช้จริงเพื่อแก้ปัญหาความยากจนและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก, ขณะที่ทางกลุ่มมิตรผลเล็งเห็นโอกาสในการพัฒนาโครงการน้ำมันชีวภาพสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงให้เกษตรกรและสร้างพลังงานสะอาดตามแนวทาง BCG Economy อย่างไรก็ตามการหารือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความเชี่ยวชาญทางวิชาการของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ากับศักยภาพทางธุรกิจของกลุ่มมิตรผล เพื่อสร้างนวัตกรรมที่จับต้องได้และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป








