วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 จังหวัดอุดรธานี นายเอราวัณ รัตนเดชอุดม นายอำเภอหนองหาน พร้อมด้วยนายอิทธิพล บุญพงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านเชียง นางประยงค์ เหลาพรหม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน และสื่อมวลชน ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจนายยอด เกตุสัตถา อายุ 38 ปี ชาวบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี อาชีพเก็บขยะ หลังเป็นที่สนใจของสังคมจากกรณีเก็บแหวนทองคำและส่งคืนเจ้าของ
สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่นายยอดเก็บแหวนทองน้ำหนัก 1 สลึงได้จากพื้นที่ในชุมชน และนำส่งคืนให้เจ้าของ จนได้รับค่าตอบแทน 100 บาท ก่อนเรื่องราวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ และเกิดกระแสชื่นชมในความซื่อสัตย์ของเจ้าตัว พร้อมมีการช่วยเหลือและส่งกำลังใจจากสังคมจำนวนมาก
ต่อมา นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้สั่งการให้นายอำเภอหนองหานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้ความช่วยเหลือครอบครัวนายยอดอย่างเร่งด่วน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐได้มอบเงินช่วยเหลือ สิ่งของอุปโภคบริโภค และประสานแนวทางการดูแลในระยะยาว โดยเฉพาะด้านสวัสดิการพื้นฐานและคุณภาพชีวิต เนื่องจากครอบครัวมีความยากลำบาก และมารดาของนายยอดมีอาการป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาด้านที่อยู่อาศัยและความเป็นอยู่ที่ยังไม่มั่นคง
ขณะเดียวกัน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การปรับปรุงที่อยู่อาศัย และการช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะยาว
สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่ มีทั้งผู้นำชุมชน สมาชิกสภาเทศบาล และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมสะท้อนว่าครอบครัวนายยอดมีฐานะค่อนข้างยากจน รายได้ไม่แน่นอน โดยมีเงินช่วยเหลือจากเบี้ยผู้พิการและญาติส่งมาเฉลี่ยเพียงประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน จึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชุมชนเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลจากผู้นำชุมชนว่า นายยอดเคยมีประวัติพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในอดีต แต่ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของชุมชนและพยายามปรับตัวใช้ชีวิตใหม่ ขณะที่ชาวบ้านยังคงช่วยเหลือเป็นระยะตามกำลัง
ด้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 ระบุว่า ในวันเกิดเหตุ นายยอดเป็นผู้ขอค่าตอบแทนจำนวน 100 บาทจริงจากเจ้าของแหวน และไม่มีการตกลงล่วงหน้า ซึ่งภายหลังเจ้าของแหวนก็ยังมีการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในรูปแบบของสิ่งของและเงินตามโอกาส
ขณะเดียวกัน น.ส.ติ๊ก เจ้าของแหวน ได้ชี้แจงผ่านสื่อว่า รู้สึกไม่สบายใจกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาไม่เหมาะสม พร้อมระบุว่าในวันเกิดเหตุได้ให้ค่าตอบแทนตามที่มีการพูดคุยกัน และภายหลังยังมีการช่วยเหลือเพิ่มเติม อีกทั้งตนเองมีอาชีพรับจ้าง รายได้ไม่มาก จึงอยากให้สังคมเข้าใจบริบทและฐานะที่แตกต่างกัน
เจ้าของแหวนยังกล่าวด้วยน้ำตาว่า รู้สึกกดดันจากกระแสสังคมออนไลน์ และขอให้สังคมเห็นใจทุกฝ่าย เนื่องจากต้นทุนชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ทั้งนี้ หน่วยงานรัฐยืนยันจะติดตามดูแลครอบครัวนายยอดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดช่องทางให้ผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการช่วยเหลือสามารถประสานผ่านผู้นำชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นระบบและเหมาะสม








