วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศความเห็นจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ซึ่งรวมมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ได้แก่ “คนละครึ่งพลัส” และโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
โครงการ “คนละครึ่งพลัส” มีเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนกว่า 30 ล้านคน โดยผู้ได้รับสิทธิจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 และจะได้รับวงเงินใช้จ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 โดยใช้รูปแบบการร่วมจ่าย 60/40 คือรัฐสนับสนุน 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%
ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิจะต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 รวมถึงไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการคนละครึ่งระยะที่ผ่านมา ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนกว่า 13.8 ล้านคน จะได้รับวงเงินเพิ่มเดือนละ 1,000 บาท โดยไม่ต้องลงทะเบียนเพิ่มเติม และสามารถใช้จ่ายได้เต็มวงเงินโดยไม่ต้องร่วมจ่าย สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ร้านค้าเดิมสามารถกดยอมรับเงื่อนไขได้ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 ขณะที่ร้านค้าใหม่สามารถลงทะเบียนในช่วงเวลาเดียวกัน และร้านอาหาร-เครื่องดื่มสามารถเชื่อมต่อระบบฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ก่อนเริ่มใช้งานจริงวันที่ 15 มิถุนายน 2569
ด้านประชาชนในพื้นที่สะท้อนความเห็นเชิงบวก โดย นางน้อย นามพัน อายุ 77 ปี ชาวอำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า รู้สึกดีใจที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ เพราะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมได้เพียง 300 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่เพียงพอ การเพิ่มเป็น 1,300 บาท จะช่วยลดภาระค่าครองชีพ และสามารถนำไปซื้อของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้
ขณะที่ นายอุดม ชนะชัย อายุ 54 ปี พ่อค้าขายผักตลาดนัดคลองถม เทศบาลตำบลบ้านด่าน กล่าวว่า เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน และเพิ่มกำลังซื้อให้กับร้านค้ารายย่อยในพื้นที่








