จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความลงในกลุ่ม “ขอนแก่นร้องเรียนอะไรบอกไว้ที่นี่ V2” ระบุว่า คุณยายของตนไปซื้อเกี๊ยวปลาบริเวณทางเข้าบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น ก่อนพบสิ่งคล้ายกระดาษทิชชู่ปะปนอยู่ในเนื้อเกี๊ยวปลาชิ้นสุดท้ายที่รับประทาน พร้อมฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง โดยมีการแนบภาพและคลิปวิดีโอขณะใช้มือจับสิ่งแปลกปลอมดังกล่าว ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ตลาดริมบึงแก่นนคร ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น น.ส.นุชรีวรรณ ดรดีเลิศ รองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครขอนแก่น ,เจ้าหน้าที่เทศกิจ,เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น (สสจ.ขก.) , สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จังหวัดขอนแก่น (สคบ.จ.ขก.) , ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 7 ขอนแก่น (ศวพ.7 ขก.) ,เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น และคณะกรรมการผู้ดูแลตลาด ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบแผงจำหน่ายอาหารภายในตลาด โดยเฉพาะร้านที่มีการจำหน่ายเมนูอาหารประเภทเกี๊ยวห่อไส้ต่างๆ พร้อมเก็บตัวอย่างวัตถุดิบการทำเกี๊ยวรวมถึงบรรจุภัณฑ์ส่งห้องแล็ปของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจวิเคราะห์สิ่งปนเปื้อน รวมถึงตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตเลขสาร ระบบอาหาร หรือ อย. อย่างถูกต้องหรือไม่โดยคาดว่าจะทราบผลในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ขณะที่ร้านจำหน่ายเกี๊ยวไส้ปลาที่มีการระบุในสื่อสังคมออนไลน์ว่าพบสิ่งปนเปื้อนคล้ายกระดาษทิชชูสอดไส้อยู่นั้น จากการร่วมกันตรวจสอบกับทางคณะกรรมการผู้ดูแลตลาด และสอบถามกับพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายอยู่ภายในตลาดยืนยันตรงกันว่า เป็นแม่ค้าเร่มาตั้งโต๊ะขายอยู่บริเวณใกล้ประตูทางเข้า-ออก ตรงข้ามวัดธาตุพระอารามหลวง แต่ไม่ได้มาขาย 2 วันแล้ว
น.ส.นุชรีวรรณ ดรดีเลิศ รอง นายก ทน.ขอนแก่น กล่าวว่า จากการตรวจสอบยืนยันแล้วว่ามีแม่ค้ามาจำหน่ายเกี๊ยวปลาจริง แต่เป็นแม่ค้าที่ลักลอบเข้ามาขายโดยไม่ผ่านระบบ การลงทะเบียนผู้ค้าหรือเป็นผู้ค้าแบบวอล์คอิน ที่ทางตลาดกำหนดโดยต้องลงทะเบียนก่อนเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ขายภายในตลาดแห่งนี้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบตัวแม่ค้ารายดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบติดตาม จึงอยากให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่บึงแก่นนครแห่งนี้มีความมั่นใจ ในเรื่องของสถานที่ที่มีความปลอดภัย รวมถึงร้านค้าร้านอาหารต่างๆ มีการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งให้ความสำคัญ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนและนักท่องเที่ยวสูงสุด ซึ่งจะเร่งทำการตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน โดยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งภายหลังหลังจากผลตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานต่างๆชี้แจงให้ทราบผลทันที ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีความมั่นใจ หากมาที่บึงแก่นนครจะมีความปลอดภัยสูงสุด
"ในส่วนของรถเร่นั้นทางเทศบาลนครขอนแก่นก็จะเพิ่มมาตรการเข้มงวด โดยให้ทางเจ้าหน้าที่เทศกิจ จัดกำลังเฝ้าระวังเข้มงวดมากขึ้น ตลอดช่วงที่มีการค้าขายในบึงแก่นนคร ซึ่งรถเร่นั้นทางเทศบาลนครขอนแก่นยืนยันว่าไม่อนุญาตให้เข้ามาขายหากไม่ผ่านการลงทะเบียนร้านค้าหรือระบบวอล์กอินกับทางเทศบาลนครขอนแก่นก่อน เพื่อให้เป็นมาตรฐานทางด้านสาธารณสุข ให้เกิดความปลอดภัยกับผู้บริโภค หากฝ่าฝืนก็จะมีการบังคับใช้กฎหมายตาม พรบ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง กรณีจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะนอกพื้นที่ที่กำหนด มีโทษปรับประมาณ 2,000 บาท"
รอง นายก ทน.ขอนแก่น กล่าวต่อว่า ในส่วนของมาตรการทางกฎหมาย หากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าพบสิ่งปลอมปน ทางเทศบาลนครขอนแก่นจะร่วมกับทาง สสจ.ขอนแก่น ดำเนินการบังคับใช้มาตรการทางปกครองกับร้านค้าที่กระทำผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ในฐานผลิตหรือจำหน่าย อาหารไม่บริสุทธิ์ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกร้านที่มีการลงทะเบียนขายภายในตลาดบึงแก่นนครยังไม่พบผู้ใดกระทำความผิดในส่วนนี้
ด้าน น.ส.มานิตา แม่ค้าขายเกี๊ยว ร้านเกี๊ยวหมูเด้ง กล่าวว่า ขายประจำอยู่ที่บึงแก่นนครมาประมาณ 2-3 เดือน และตั้งอยู่บริเวณหน้าทางเข้าออกบึงฯแต่คนละฝั่งกับที่มีการระบุในข่าว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากเกิดกระแสข่าวดังกล่าวขึ้นมา ปรากฏว่าทางร้านได้รับผลกระทบเต็มๆ เนื่องจากในโพสต์ไม่ได้ระบุว่าเป็นทางเข้าออกฝั่งไหนซึ่งร้านตนเองอยู่คนละฝั่งกับที่ระบุในโซเชียล จากปกติเคยขายได้อยู่ที่ประมาณ 900 - 1,000 บาทต่อวัน ปรากฏว่าหลังมีข่าวขายได้เพียง 400 - 500 บาท เนื่องจากกระแสโซเชียลมันแรงคนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงก็คิดเหมารวมว่าเป็นร้านตนเอง ที่ผ่านมาตลอดสองสามเดือนที่ขายเกี๊ยวอยู่ในตลาดบึงแก่นนครไม่ได้สังเกตว่ามีร้านขายเกี๊ยวร้านอื่นด้วยหรือไม่ เพราะตั้งร้านเสร็จก็ทำมาค้าขายอย่างเดียวขายเสร็จก็เก็บของกลับบ้าน
"ร้านตนเองไม่มีเมนูเกี๊ยวปลา มีเพียงเกี๊ยวหมู และโอกาสที่จะมีทิชชูติดเข้าไปนั้นไม่มีความเป็นไปได้เลย การใช้ทิชชูของร้านจะเป็นเพียงการนำมาเช็ดอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว และที่ร้านจะมีขั้นตอนการทำใช้วิธีการห่อเกี๊ยวสดๆที่หน้าร้าน และนึ่งสดใหม่ และสวมถุงมือทุกครั้ง กรณีที่เกิดขึ้นนั้นหากเป็นการจงใจนำทิชชูมาใส่เพื่อให้ต้นทุนถูกลงส่วนตัวมองว่าไม่ควรทำ ในฐานะที่คนทำมาหากินด้วยกันอาชีพเดียวกัน อยากให้ซื่อสัตย์ต่ออาชีพตัวเอง ถ้าเราทำดีแล้วลูกค้าก็จะมาอุดหนุนเราเอง ในวันนี้ที่เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบก็สบายใจขึ้น รู้สึกดีขึ้นเพราะจะช่วยการันตีให้กับร้านได้ว่าสะอาดปลอดภัยไม่มีสิ่งเจือปนจริงๆ ซึ่งก็ขอฝากร้านเกี๊ยวหมูเด้งชิ้นละ 10 บาททำสดใหม่ทุกวัน"
ขณะที่เจ้าของร้านขายขนมจีบ กล่าวว่า ร้านค้าที่ถูกระบุว่ามีทิชชูอยู่ในเกี๊ยวปลานั้น คาดว่าจะเป็นแม่ค้าเร่ เพราะไม่เคยเห็นหน้าและไม่คุ้นตา กรณีที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลกระทบกับทางร้านพอสมควร บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นร้านของตน ตอนนี้กังวลกลัวลูกค้าเข้าใจผิด และไม่มาอุดหนุน ซึ่งอยากให้ลูกค้ามั่นใจว่า ทุกเมนูของร้านเราสดสะอาดและทำใหม่ทุกวัน และเป็นร้านขายประจำอยู่ที่ตลาดบึงแก่นนครซึ่งจะไม่สามารถทำผิดสุขลักษณะได้เลยเพราะมีการตรวจคุณภาพอาหารอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหน่วยงานด้านสาธารณสุขเข้ามาตรวจอาหารภายในตลาดบึงแก่นนครอย่างสม่ำเสมอ และไม่เคยพบเจอปัญหาเรื่องคุณภาพอาหารหรือมีสิ่งเจือปนในอาหาร ส่วนตัวเท่าที่ดูคลิปมองว่าเป็นทิชชูจริงๆ แต่ลักษณะแผ่นเกี๊ยวนั้นไม่เหมือนกับแผ่นเกี๊ยวที่นำมาห่อทำ ส่วนตัวมองว่าคล้ายกับผักกาดขาวมากกว่าแผ่นเกี๊ยว ที่นำมาห่อ และจากประสบการณ์เคยรับประทานเกี๊ยวปลามาก็มองว่าเกี๊ยวปลาไม่ใช่ลักษณะแบบนี้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เห็นใจหากเป็นการกระทำความผิดแต่พูดตามที่เห็นภาพ เกี๊ยวปลาจะต้องเป็นสีขาวและแน่นกว่านี้ ซึ่งก็ต้องรอการตรวจสอบยืนยันกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง








