วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่จังหวัดยโสธร นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง โดยมี นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายขรรค์ไชย ทันธิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการโครงการฯ ให้การต้อนรับและร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินงาน
โดยในการประชุมได้มีการรายงานสรุปภาพรวมการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 ที่จังหวัดยโสธรได้รับงบประมาณสนับสนุนรวม 4,760,694 บาท ครอบคลุม 9 แผนงาน 26 กิจกรรม ผ่านการบูรณาการของ 8 หน่วยงานหลัก เพื่อมุ่งเน้นการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎร และในปีงบประมาณ 2569 ได้รับการจัดสรรงบประมาณต่อเนื่องจำนวน 4,498,091 บาท เพื่อดำเนินงานตามแผนงานอำนวยการและแผนงานส่งเสริมพัฒนาอาชีพด้านต่างๆ อาทิ งานส่งเสริมการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง พัฒนาที่ดิน และศิลปาชีพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะขององคมนตรี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ในประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย ด้านการบริหารจัดการที่อยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์โครงการระยะ 3 ปี เพื่อทดแทนแผนเดิม โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของราษฎรในพื้นที่และการติดตามประเมินผลที่เป็นรูปธรรม ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำที่สถานีพัฒนาที่ดินยโสธรได้ดำเนินการวางแผนป้องกันตะกอนทรายลงสู่หนองอึ่งเพื่อลดภาระงบประมาณในการขุดลอก พร้อมพัฒนาระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรกว่า 200 ไร่ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ด้านการส่งเสริมอาชีพและนวัตกรรม มีแนวทางผลักดันจังหวัดยโสธรสู่นครแห่งเห็ดป่า โดยศึกษารูปแบบจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และขยายผลการเพาะเชื้อเห็ดไมคอร์ไรซาในไม้วงศ์ยางสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อีกทั้งมีการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปภายใต้แบรนด์ วนาทิพย์ ให้ได้รับมาตรฐาน อย. โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ได้รับการตอบรับอย่างสูงและวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ทั้ง 13 สาขา ขณะเดียวกันโครงการฯ เตรียมนำร่องการเพาะเลี้ยงแมลงทับเพื่อการทำผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ และการเพาะพันธุ์อึ่งอ่างในป่าชุมชนดงมัน เพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน และในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อนำป่าชุมชนดงมันเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการกักเก็บคาร์บอนและแบ่งปันคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ในระยะยาวให้แก่ชุมชนที่ร่วมกันดูแลรักษาป่า
ทั้งนี้ เลขาธิการ กปร. ได้ให้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งฯ เป็นแบบอย่างความสำเร็จของการบริหารจัดการป่าชุมชนที่สามารถสร้างรายได้และรักษาความสมดุลของระบบนิเวศได้อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริสืบไป








