กลุ่มองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น ยื่นหนังสือถึงศูนย์ดำรงธรรม เรียกร้องนายกรัฐมนตรีเร่งจัดเก็บภาษีกว่า 17,629 ล้านบาทจาก “ทักษิณ ชินวัตร” ตามคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมให้เวลา 1 เดือน หากเพิกเฉยเตรียมดำเนินคดี ม.157
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 พ.ค.69 ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายชัยชนะ ทัศนิยม ที่ปรึกษาองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม ส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในการเร่งรัดจัดเก็บเงินค่าภาษีจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามคำพิพากษาศาลฎีกา เป็นเงินภาษีจำนวน 17,629 ล้านบาท เพื่อนำเงินจำนวนดังกล่าว มาใช้ในการบริหารประเทศ
นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่ศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำพิพากษา ที่ได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีชำนัญพิเศษ(แผนกคดีภาษีอากร) โดยพิพากษาให้กรมสรรพากร เรียกเก็บเงินภาษีได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ขายหุ้นให้คนใลก้ชิด กรมสรรพากรคิดเป็นเงินภาษี ที่ต้องชำระจำนวน 17,629 ล้านบาท คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว นับจากวันที่มีคำพิพากษา
"ขณะนี้นายทักษิณ ได้รับการพักโทษ ตามเงื่อนไขนักโทษเด็ดขาดที่ประพฤติดีและได้ ออกจากเรือนจำคลองเปรมแล้ว จึงอยากให้นายอนุทิน ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวด้วย แม้ว่าที่ผ่านมา กระทรวงการคลังจะละเลย เพราะเป็นอำนาจการบริหารราชการแผ่นของนายกรัฐมนตรี ในการที่จะต้องติดตามเงินจำนวนดังกล่าว มาเข้าสู่แผ่นดิน ซึ่งหากนายอนุทิน ยังเพิกเฉย ทางองค์กรฯ จะยื่นหนังสือเอาผิดนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 157 ทันที โดยจะให้เวลานายกรัฐมนตรี 1 เดือน ในเรื่องนี้ เพราะอยากให้รักษาผลประโยชน์ของชาติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50"
นายตุลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ภาคพลเมืองจะคอยเอาผิดกับกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมสรรพากร เพราะถือว่าเป็นส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตัวอย่างที่ผ่านมาเราเคยเห็นแล้วว่า นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับโทษตามมาตรา 157 มาแล้ว
ขณะที่นายชัยชนะ ทัศนิยม ที่ปรึกษาองค์กรต่อต้านคอรัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ตาม ป.วิแพ่ง คู่ความคดีทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลย ผู้ชนะคดีย่อมจะมีอำนาจหน้าที่ ซึ่งกรมสรรพากรที่จะต้องบังคับคดี ตามฟ้องนายทักษิณ เมื่อบังคับคดีไม่ได้ก็ต้องฟ้องล้มละลายเพราะมีหนี้สินล้นพ้นตัว หากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกรมสรรพากรเพิกเฉย ก็จะเข้าข่าย ม.157 ด้วยเช่นกันจะต้องรับกรรมทันที เพราะไม่มีใครช่วยได้เนื่องจากเป็นหน้าที่ต้องทำ แต่เมื่อไม่ทำก็ต้องรับกรรมไป








