สืบสวน สภ.พลูตาหลวง สนธิกำลังฝ่ายปกครอง-ทหารเรือ รวบแก๊งตระเวนลักตัดสายไฟในพื้นที่สัตหีบ สารภาพนำไปขายหาเงินซื้อยาและเลี้ยงครอบครัว ตำรวจเผยขายได้ไม่กี่ร้อย แต่สร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าหลักล้านบาท กระทบชาวบ้านและธุรกิจจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.69 เวลา 20.00 น. ที่ สภ.พลูตาหลวง ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรพลูตาหลวง พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ อนุโยธา นายอำเภอสัตหีบ, น.อ.พงษ์ศิริ ศุภกะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ฐานทัพเรือ พ.ต.ท.ชัยมงคล จันทพรม รอง ผกก.สส.สภ.พลูตาหลวง พ.ต.ต.จักรภพ อินรัญ สว.สส.สภ.พลูตาหลวง นายชาญชัย นิจสินธุ์ กำนันตำบลพลูตาหลวง สนธิกำลังตำรวจทางหลวงสัตหีบ ชุดสืบสวน สภ.พลูตาหลวง ชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอสัตหีบ และชุดปฏิบัติการพิเศษศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ฐานทัพเรือ เข้าจับกุม นายอาทิตย์ อายุ 25 ปี และนายวัลลภ อายุ 33 ปี ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” พร้อมดำเนินคดีในข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์)” ร่วมกับ น.ส.จีรยา อายุ 26 ปี แฟนสาวของนายอาทิตย์ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ตัดสายไฟ สายไฟจำนวนหนึ่ง และรถกระบะอีซูซุ D-MAX สีขาว ทะเบียนชลบุรี ซึ่งใช้ในการก่อเหตุ
จากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้รถกระบะคันดังกล่าวตระเวนก่อเหตุลักตัดสายไฟในพื้นที่ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ และพื้นที่ใกล้เคียงหลายครั้ง ก่อนเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ารถคันดังกล่าวไปอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงติดตามจนสามารถจับกุม นายวัลลภ ได้ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุลักตัดสายไฟแรงสูง เมื่อวันที่ 18 เม.ย. และ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.พลูตาหลวง
จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าจับกุม นายอาทิตย์ ผู้ร่วมก่อเหตุ ที่บ้านพัก โดยพบ น.ส.จีรยา แฟนสาวอยู่ด้วย ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ สภ.พลูตาหลวง ซึ่งทั้ง 3 คน มีอาการคล้ายผู้เสพยาเสพติด และยอมรับว่าเสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้จริง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด สอบสวนเพิ่มเติม นายอาทิตย์ และนายวัลลภ รับสารภาพว่า ได้ร่วมกันตระเวนตัดสายไฟเพื่อนำไปขาย หาเงินใช้จ่ายส่วนตัว เลี้ยงดูครอบครัว และนำเงินอีกส่วนไปซื้อยาเสพติดมาเสพ ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พลูตาหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง เปิดเผยว่า การลักตัดสายไฟสร้างความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากสายไฟตามเสาไฟฟ้าเมื่อถูกตัดไปขาย แม้ผู้ก่อเหตุจะได้เงินเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาท แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีมูลค่าหลักล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมถึงบางกิจการที่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าในการดำเนินงานก็ได้รับผลกระทบด้วย จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบบุคคลต้องสงสัยจอดรถ หรืออยู่บริเวณเสาไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืน โดยไม่ใช่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ให้รีบแจ้งสายด่วน 191 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและป้องกันเหตุลักทรัพย์สายไฟของทางราชการต่อไป








