เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ร่วมกับฝ่ายปกครอง หน่วยทหาร และหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สนธิกำลังสกัดจับรถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 3 คัน ขณะลักลอบขนส่งเครื่องปั่นไฟและตู้คอนโทรลไฟฟ้า มุ่งหน้าแนวชายแดนบ้านบ่อญี่ปุ่น ตำบลหนองลู โดยคาดว่าอาจเป็นการลำเลียงส่งต่อให้เครือข่ายสแกมเมอร์ฝั่งเมืองพยาตองซู ประเทศเมียนมา
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผู้บังคับการ ตชด.ภาค 1, พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี, พล.ต.ณัฏฐพงศ์ อัศวินวงค์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผู้กำกับการ สภ.สังขละบุรี และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊ก หมู่ 8 ตำบลหนองลู ตรวจพบรถบรรทุก 10 ล้อ จำนวน 3 คัน ขับผ่านเข้ามาในเส้นทางต้องสงสัย มุ่งหน้าไปยังบ้านพระเจดีย์ โดยมีลักษณะขับเร็วและไม่ยอมหยุดให้ตรวจ
รถที่ถูกตรวจยึดประกอบด้วย รถบรรทุก ISUZU ทะเบียน 91-2325 นครราชสีมา รถบรรทุก ISUZU ทะเบียน 70-4803 ประจวบคีรีขันธ์ รถบรรทุก HINO ทะเบียน 70-5429 กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนสกัดหยุดรถได้บริเวณทางเข้าบ่อญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ห่างจากแนวชายแดนประเทศเมียนมาประมาณ 300 เมตร และนำรถทั้งหมดกลับมาตรวจสอบที่จุดตรวจร่วมน้ำเกิ๊ก
จากการตรวจค้น พบของกลางเป็นตู้คอนโทรลไฟฟ้ารวม 4 ตู้ และเครื่องปั่นไฟ 2 เครื่อง ถูกบรรทุกซุกซ่อนมากับรถทั้ง 3 คัน โดยไม่มีเอกสารแสดงที่มาหรือใบอนุญาตขนส่งสินค้า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ นายสถาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร นายสรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ นายชนะ (สงวนนามสกุล) ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ น.ส.สุดานันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี พร้อมยึดของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “พยายามนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร”
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากผู้ว่าจ้างให้ไปรับสินค้าบริเวณใกล้ค่ายสุรสีห์ แล้วให้นำไปส่งปลายทางฝั่งชายแดนเมียนมา โดยอ้างว่าไม่ทราบรายละเอียดของสิ่งของ และได้รับค่าจ้างเที่ยวละประมาณ 12,000 บาท โดยจะได้รับเงินเมื่อส่งถึงปลายทางสำเร็จ
ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงระบุว่า สินค้าดังกล่าวมีลักษณะสอดคล้องกับอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบไฟฟ้าสำรอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกนำไปใช้ในพื้นที่เมืองพยาตองซู ประเทศเมียนมา ซึ่งปัจจุบันถูกจับตามองว่าเป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการสแกมเมอร์และกลุ่มทุนผิดกฎหมาย โดยต้องใช้เครื่องปั่นไฟและตู้ควบคุมไฟฟ้าเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับระบบปฏิบัติการ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลหาผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบเส้นทางการลำเลียงทั้งหมดเพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต








