วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ลานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการปราบปรามยาเสพติด การสกัดขบวนการลักลอบส่งรถยนต์ข้ามชายแดน และการกวดขันรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่
พล.ต.ต.มานพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว.เชียงราย สืบทราบว่าจะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงราย ส่งต่อไปยังพื้นที่ตอนใน จึงเฝ้าติดตามเส้นทางสำคัญ กระทั่งพบรถต้องสงสัย 2 คัน เป็นรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน จ.ลำปาง และรถเก๋งโตโยต้า ทะเบียน จ.เชียงราย ขับเข้าไปในพื้นที่ ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมืองเชียงราย ก่อนย้อนกลับและใช้รถเก๋งขับนำ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ร่วมกับ สภ.แม่สรวย สกัดจับรถกระบะได้ที่ด่านตรวจท่าก๊อ อ.แม่สรวย พบ นายอินจันทร์ อายุ 52 ปี ชาว อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เป็นคนขับ ตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในช่องประตูรถรวม 102,000 เม็ด และคีตามีน น้ำหนัก 2.05 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวดำเนินคดี
จากการขยายผล เจ้าหน้าที่ประสานด่านตรวจกิ่วคอหมา จ.ลำปาง สกัดจับรถเก๋งที่ขับนำไว้ได้ พบผู้โดยสารรวม 4 คน ประกอบด้วย นายวีรพล อายุ 27 ปี บุตรชายของผู้ต้องหา น.ส.แก้ว อายุ 45 ปี ภรรยา และ น.ส.พรหมพร อายุ 20 ปี ลูกสะใภ้ ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีอีกคดีสำคัญเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ สภ.ป่าแดด จับกุมชายวัย 49 ปี พร้อมยาบ้าประมาณ 2,200,000 เม็ด ซุกซ่อนในรถแท็กซี่เช่า บนถนนสายป่าแดด–จุน หลังใช้แผนตั้งจุดสกัดแบบ “Frog-jump” จนสามารถจับกุมได้สำเร็จ
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ทั้ง 2 คดี พบว่าขบวนการค้ายาเสพติดใช้เด็กเล็กนั่งมาในรถเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะคดีในพื้นที่ อ.ป่าแดด ที่พบเด็กอายุประมาณ 5-6 ปี นั่งมาในรถถึง 2 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความละเอียดรอบคอบในการตรวจค้น พร้อมขออภัยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการตั้งด่านตรวจบนเส้นทางสายรอง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ สภ.เวียงแก่น ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ยังตรวจยึดรถกระบะจำนวน 11 คัน เตรียมลักลอบส่งข้ามแม่น้ำโขงไปยัง สปป.ลาว หลังพบจอดต้องสงสัยในพื้นที่บ้านโล๊ะ ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น ก่อนขยายผลพบรถซุกซ่อนในรีสอร์ตอีกหลายคัน โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับจ้างขับรถคันละ 2,000-3,000 บาท เพื่อนำไปส่งริมแม่น้ำโขง
อีกด้านหนึ่ง ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายยังเดินหน้ากวดขันรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพและท่อไอเสียเสียงดัง หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก โดยตรวจยึดรถดัดแปลงกว่า 500 คัน และท่อไอเสียผิดกฎหมายอีก 760 ท่อ ก่อนประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นำรถบดมาทำลายท่อไอเสียทั้งหมด เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้งานซ้ำ
พล.ต.ต.มานพ ย้ำว่า แม้จะมีการจับกุมต่อเนื่อง แต่ยังพบการกระทำผิดจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าปราบปรามอย่างเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติดหรือการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








