เกิดเหตุสลด หนุ่มใหญ่ขับแท็กซี่วัย 57 ปี ถูกพบเสียชีวิตภายในรถหลังรมควันตัวเอง คาดเกิดจากความน้อยใจแม่ไม่ให้เงิน 5,000 บาท ตำรวจเร่งสอบสวนและส่งศพชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. วันที่ 12 พ.ค.69 พ.ต.ท.โกศล ภาคาหาญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสิงห์บุรี รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่ สีเขียว จอดอยู่บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลต้นโพธิ์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จึงได้รีบรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสิงห์บุรี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู สิงห์บุรี และ นางสาวปิยะทิพย์ ลาภรวย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ตำบลต้นโพธิ์ นางสาว อภิญญา สันติวราวิทย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 10 ตำบลต้นโพธิ์
ในที่เกิดเหตุ พบรถแท็กซี่ โตโยต้า สีเขียว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร จอดอยู่ใต้ต้นก้ามปูขนาดใหญ่ เมื่อเปิดประตูรถ พบศพนายวัชชารมย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี เป็นชาวอำเภอเมืองสิงห์บุรี นอนหงายเสียชีวิตอยู่ที่นั่งของคนขับ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล ที่บริเวณเบาะนั่งด้านหลังพบกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดใหญ่ ตู้เย็น และสัมภาระส่วนตัวอัดแน่นมาเต็มคันรถ บริเวณที่วางเท้าด้านเบาะที่นั่งผู้โดยสาร พบเตาถ่านที่มอดดับแล้ว 1 ใบ ใกล้กันพบถุงถ่านไม้อีก 1 ถุง
นางไก่ (นามสมมุติ) ผู้พบศพและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เล่าว่า เห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าว มาจอดในจุดนี้ตั้งแต่เมื่อวาน (11 พ.ค.69) กระทั่งวันนี้ ขณะกำลังเดินทางไปทำงาน ก็ยังพบรถจอดอยู่ที่เดิมและสังเกตุเห็นมีหยดน้ำเกาะที่กระจกรถทั้งสี่ด้าน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรววจสอบ กระทั่งพบว่ามีศพอยู่ในรถ
ขณะที่นางณัฐธัญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี น้องสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นพี่ชายของตน มีอาชีพขับรถแท็กซี่อยู่ที่กรุงเทพ เมื่อวานนี้ (11 พ.ค.69) ได้ขับรถกลับมาที่บ้าน โดยขนของกลับมาด้วย พร้อมเอ่ยปากขอเงินกับแม่ จำนวน 5,000 บาท แต่แม่ไม่ให้ เพราะเคยให้และช่วยเหลือมาบ่อยครั้งแล้ว ทำให้ผู้ตายเกิดอาการน้อยใจ เอ่ยปากออกมาว่า ถ้าไม่ได้เงิน จะไปรมควันฆ่าตัวตาย แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ตายจะก่อเหตุจริง กระทั่งรุ่งเช้าจึงได้รับแจ้งว่าพี่ชายก่อเหตุรมควันตนเองจนเสียชีวิต สำหรับสาเหตุคาดว่าผู้ตายน่าจะกำลังเดือดร้อน ต้องการใช้เงิน และเมื่อถูกปฎิเสธ จึงหาทางออกไม่ได้ บวกกับมีอาการน้อยใจ จึงก่อเหตุสลดขึ้น
หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และเก็บหลักฐานเสร็จสิ้น ก็นำศพส่งผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป








