วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้ นายฑรัท เหลืองสอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมเยี่ยมชมงานไทยช่วยไทย ลดภาระปัจจัยการผลิต : ธงเขียวราคาประหยัดพลัส ณ สหกรณ์การเกษตรท่าม่วง จำกัด อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเกษตรกรร่วมงานเป็นจำนวนมาก
สำหรับโครงการ ไทยช่วยไทย “ธงเขียวราคาประหยัดพลัส” จังหวัดกาญจนบุรี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 -12 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ สหกรณ์การเกษตรท่าม่วง จำกัด อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้จำหน่ายปุ๋ยเคมี 10 สูตรราคาพิเศษ ได้แก่ 46-0-0,30-0-0,21-0-0,16-20-0,16-16-8,23-0-0,16-8-8,15-15-15,16-16-16,15-7-18 ราคาพิเศษส่วนลดสูงสุด กระสอบละ 300 บาท ซื้อได้ไม่เกิน คนละ 5 กระสอบ ส่วนปุ๋ยสูตรอื่น ลดกระสอบละ 20-50 บาท เฉพาะในงานนี้เท่านั้น ผู้สนใจซื้อปุ๋ย ต้องเตรียมทะเบียนเกษตรกร (สมุดเล่มเขียว) และบัตรประชาชน และบุคคลที่มีบัตรดินดี / หนังสือรับรอง GAP / หนังสือรับรอง การเป็นสมาชิก ศดปช. จะได้สิทธิพิเศษเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังมีคูปองส่วนลดเคมีเกษตรการจำหน่ายอุปกรณ์การเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ อีกหลายรายการ ลดสูงสุด 50%
สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ ภาครัฐได้เพิ่มวงเงินชดเชยราคาปุ๋ยเคมีให้แก่เกษตรกรจากเดิมกระสอบละ 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ จำกัดจำนวน 5 กระสอบ และหากมีการซื้อสารเคมีเกษตรเพิ่มเติมจะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 50 บาท รวมแล้วครัวเรือนหนึ่งจะได้รับการช่วยเหลือประมาณ 1,550 บาท โดยเกษตรกรต้องมีสมุดทะเบียนเกษตรกร หรือ “เล่มเขียว” นอกจากนี้ กรมฯ ยังให้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับเกษตรกรที่มี “บัตรดินดี” หรือ ได้รับการรับรอง GAP หรือเป็นสมาชิก ศดปช. จะสามารถซื้อปุ๋ยเคมีเพิ่มได้อีก 1 กระสอบ รวมเป็น 6 กระสอบ และจะได้รับคูปองส่วนลดสำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มอีก 250 บาท รวมแล้วเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการครบทุกเงื่อนไขจะได้รับการสนับสนุนรวมประมาณ 2,100 บาท
ทั้งนี้ กรมการค้าภายในมีเป้าหมายจัดงานนำร่องใน 10 จังหวัด และมีแผนจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดดำเนินการ 30 จังหวัด เพื่อให้สามารถจัดงานได้ทันกับช่วงฤดูการเพาะปลูก ในพื้นที่ทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มพืชเศรษฐกิจสำคัญ ทั้งข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และผลไม้ และการจัดงานครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่รัฐบาลตั้งใจช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เราต้องการให้เกษตรกรเข้าถึงปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ทันต่อฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในระยะยาว








