วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต. โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยความคืบหน้าคดีนายหมิง เซินซัน ชาวจีน ซึ่งถูกดำเนินคดีครอบครองอาวุธปืนสงคราม ภายหลังเข้าประชุมติดตามคดีที่ สภ.หนองปรือ ตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2
โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้วรวม 3 ข้อหา ได้แก่ ครอบครองอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้, พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ส่วนหญิงชาวจีนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงขั้นแจ้งข้อกล่าวหา แต่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ขณะเดียวกันสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้เพิกถอนวีซ่าของทั้งสองรายแล้ว
สำหรับอาวุธปืนเอ็มโฟร์ 2 กระบอกที่ตรวจยึดได้จากบ้านพักในตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงของอาวุธ 1 กระบอก ไปยังผู้เกี่ยวข้องรวม 5 ราย แบ่งเป็นพลเรือน 3 ราย และทหาร 2 ราย ซึ่งคาดว่าเกี่ยวข้องกับการจัดหาและจำหน่ายอาวุธให้กับนายหมิงในพื้นที่ สภ.สัตหีบ โดยทั้งหมดถูกเชิญตัวมารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการร่วมจำหน่ายอาวุธปืนที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว ส่วนทหารทั้ง 2 นายถูกต้นสังกัดควบคุมตัวไปดำเนินการทางวินัย
ขณะที่อาวุธปืนกล็อก 26 ที่พบในรถยนต์ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบที่มาได้แล้ว โดยเชื่อมโยงไปยังข้าราชการตำรวจรายหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างประสานตำรวจนครบาลดำเนินคดีต่อไป ส่วนอาวุธเอ็มโฟร์อีก 1 กระบอกยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ เนื่องจากไม่มีหมายเลขทะเบียนและเป็นอาวุธที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตได้
รอง ผบช.ภ.2 ระบุเพิ่มเติมว่า จากการสืบสวนพบว่านายหมิงมีพฤติกรรมชื่นชอบการสะสมและฝึกยิงปืน และเคยเข้าใช้สนามยิงปืนหลายครั้ง อย่างไรก็ตามยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นเพียงนักสะสมหรือมีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง พร้อมเร่งตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เส้นทางการเงิน และข้อมูลทางเทคนิค เพื่อขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงว่ามีการวางแผนก่อเหตุด้านความมั่นคงในประเทศไทย หรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ แต่พบพฤติกรรมลักลอบซื้อขายอาวุธมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา สำหรับประเด็นสัญชาติ นายหมิงมีข้อมูลเชื่อมโยงหลายประเทศ ได้แก่ จีน โดมินิกัน และเกาหลี รวมถึงบัตรประจำตัวสีชมพูของไทย แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับสัญชาติกัมพูชา โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
นอกจากนี้ รถยนต์โตโยต้า อัลติส สีขาว ที่นายหมิงใช้ขับก่อนประสบอุบัติเหตุ ตรวจสอบพบว่าเดิมเป็นรถแท็กซี่ ก่อนถูกปลดประจำการและขายต่อ เปลี่ยนเป็นทะเบียนขาวในปี 2564 และถูกขายต่ออีกครั้งในปลายปี 2568 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นผู้ต้องหา โดยรถได้รับการดัดแปลงเป็นรถซิ่งติดตั้งอุปกรณ์สมรรถนะสูง ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดการครอบครองต่อไป
ข่าวภูมิภาค








