วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาเตย และตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ร้องเรียนว่า บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ดำเนินกิจการผลิตน้ำประปาส่งขายในจังหวัดภูเก็ต ได้ก่อสร้างฝายปิดกั้นคลองนาเตย หรือคลองบางทอง ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลนาเตย ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของชาวประมงพื้นบ้าน รวมถึงกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ ก่อนหน้านี้หลายหน่วยงานได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ สถานีตำรวจภูธรท้ายเหมือง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่หน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำมีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งกีดขวางภายใน 7 วัน ล่าสุด จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ฝายปิดกั้นคลองยังคงอยู่ในสภาพเดิม และยังไม่มีการรื้อถอนออกแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวได้เข้าสอบถามความคืบหน้าคดีกับ พ.ต.ท. พิษณุ ทาหาญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ได้ลงบันทึกประจำวันกรณีมีการก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมา วันที่ 21 เมษายน 2569 ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ส่วนเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พง.2 (ท้ายเหมือง) ได้นำหลักฐานเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54, 55 และมาตรา 72 ตรี ในข้อหาบุกรุก แผ้วถาง หรือครอบครองพื้นที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มาตรา 97
ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป
ด้าน นาย สุรศักดิ์ แจ้งจุล ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลนาเตย และองค์การบริหารส่วนตำบลท้ายเหมือง เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีการก่อสร้างฝายปิดกั้นคลองบางทอง หรือคลองนาเตย โดยใช้กล่องเกเบี้ยนบรรจุหินเรียงซ้อนเป็นแนวกั้น พร้อมคลุมด้วยผ้าใบสีดำปิดกั้นลำน้ำ
จากการตรวจสอบไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่ทั้งสอง อบต. ยืนยันว่าเป็นของบริษัท บริษัท โกลด์ ซอร์ จำกัด จึงได้มีการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พร้อมส่งหนังสือให้บริษัทเข้าชี้แจง ต่อมา เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ตัวแทนบริษัทได้เข้าชี้แจงว่า การสร้างฝายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันน้ำเค็มรุกเข้าสู่แหล่งน้ำดิบ ก่อนที่วันที่ 22 เมษายน 2569 สำนักงานเจ้าท่าจะออกคำสั่งทางปกครองให้รื้อถอนภายใน 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 24 พฤษภาคม 2569
นายสุรศักดิ์ ระบุเพิ่มเติมว่า หากบริษัทไม่ดำเนินการรื้อถอนภายในกำหนด ทางสำนักงานเจ้าท่าจะเข้าดำเนินการรื้อถอนเอง และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากบริษัทภายหลัง
ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 10 ซึ่งได้ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนหน้านี้ ได้มีคำสั่งให้บริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตสูบน้ำจากลำคลองสาธารณะ ดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงคลองให้กลับคืนสู่สภาพเดิมภายใน 7 วัน หากไม่ปฏิบัติตามอาจมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาต
ล่าสุด บริษัท ไฮโดรเอ็นเตอร์ไพรส์ แอนด์ อะควอดีไซน์ จำกัด ได้มีหนังสือตอบกลับว่า รับทราบคำสั่งของหน่วยงานรัฐและพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พร้อมรายงานความคืบหน้าใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การกักเก็บน้ำเฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อกิจการ การจัดหาและติดตั้งเครื่องมือวัดปริมาณน้ำตามมาตรฐานวิศวกรรม และการประสาน บริษัท โกลด์ ซอร์ จำกัด เพื่อดำเนินการรื้อถอนคันปิดกั้นลำน้ำ เนื่องจากบริษัทระบุว่าไม่ได้เป็นผู้ก่อสร้างฝายดังกล่าวโดยตรง








