รมว.ดีอี ปลุกซอฟต์พาวเวอร์อีสาน เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ประจำปี 2569 ชูยุทธศาสตร์ดิจิทัลเชื่อมชุมชน ดันประเพณี – ลาบยโส - ฟาร์มสเตย์ สู่ตลาดนักท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดยโสธร เปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟจังหวัดยโสธร ประจำปี 2569 โดยมี นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายณัฐพล นาคสุข นายกเทศมนตรีเมืองยโสธร พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และภาคเอกชนให้การต้อนรับท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น
โดยในเวลา 13.45 น. รมว.ดีอี และคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมวิมานพญาแถนแลนด์มาร์คสำคัญเพื่อประเมินศักยภาพการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับระบบจัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะ (Big Data) ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้าสู่พื้นที่ภาคอีสานมากขึ้น ก่อนจะเดินทางไปยังกองอำนวยการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร เพื่อเยี่ยมชมบูธโครงการ ไทยช่วยไทยของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และการนำเสนอโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน อาทิ ฟาร์มสเตย์จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นการผลักดันอัตลักษณ์ของจังหวัดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน และแคมเปญอาหารพื้นถิ่น ลาบยโส ที่เป็นมนต์เสน่ห์ที่ทุกคนถวิลหากับรสชาติที่ขึ้นชื่อระดับประแทศ ซึ่งในปีนี้กลุ่มคณะทำงานลาบยโสฯโก้อีหลี ได้มีการโชว์การปรุง ลาบยโสฯ ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้มีสิทธิ์ลิ้มรสความอร่อยกับอัตลักษณ์อาหารท้องถิ่นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งได้นำเนื้อวัวสดๆ จำนวน 2 ตัว มาเปิดบูธโชว์การปรุงลาบยโสฯพร้อมกับมีบริการแจกลาบยโสและซอยจุ๊ให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานได้ชิมฟรีแบบไม่อั้นซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปเข้าคิวรอรับลาบไปชิมจำนวนมาก โดยก่อนเปิดบูธบริการ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมคณะได้ให้เกียรติปรุงลาบด้วยตนเองพร้อมกับได้ชิมลาบและซกเล็กโชว์อีกด้วย
จากนั้นจึงเข้าสู่พิธีเปิดที่ได้นำทุกคนประกอบพิธีถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพิธียืนสงบนิ่งถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และมอบโล่เกียรติยศให้แก่เยาวชนที่คว้ารางวัลชนะเลิศ การแข่งขัน Runbike World Championship 2026 จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการสนับสนุนศักยภาพของเยาวชนจังหวัดยโสธรสู่เวทีโลก และรับชมขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไปร่วมชมขบวนรำเซิ้งบั้งไฟ ขบวนรีวิวประกอบและขบวนบั้งไฟเอ้สวยงามเป็นจำนวนมาก ซึ่งในวันนี้ได้มีการประกวดขบวนรำเซิ้งบั้งไฟจากคณะต่างๆที่ส่งเข้าประกวดทั้งจาก 9 คุ้มวัดในเขตเทศบาลเมืองยโสธรและจากอำเภอต่างๆทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดยโสธรรวม จำนวน 23 คณะ 23 ขบวน
นายไชยชนก กล่าวว่า ประเพณีบุญบั้งไฟไม่ใช่เพียงแค่เทศกาลประจำปี แต่คือลมหายใจและจิตวิญญาณของชาวไทยอีสาน ซึ่งไฮไลท์สำคัญของปีนี้ คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานอย่างมีนัยสำคัญ จากสภาวะอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดยโสธรจึงมีมติปรับเวลาการเปิดงานและขบวนแห่มาเป็นช่วงเย็น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมขบวนแห่จากภัยฮีทสโตรก อีกทั้งยังเป็นการยกระดับงานไปสู่รูปแบบใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี แสง สี เสียง เข้ากับขบวนบั้งไฟอันวิจิตรตระการตา ซึ่งทราบว่ามีมากถึง 23 ขบวน เป็นการสร้างมิติใหม่ทางการท่องเที่ยวที่ไม่เคยมีมาก่อน และการขยับตัวในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ของการเป็นประเพณีที่แข็งแรง และการกล้าเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนนี้ กระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาเป็นแรงขับเคลื่อนให้ซอฟต์พาวเวอร์ของยโสธร ให้มีความยิ่งใหญ่ สง่างาม เป็นที่ประทับใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว นำมาซึ่งรายได้ของคนในชุมชน อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ประเพณี
ภูมิภาค-58








