วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ความคืบหน้าคดีสะเทือนใจ “พี่เลี้ยงสลับตัวเด็ก” ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งจำคุก นางวิชุดา หรือ “ส้ม” อายุ 32 ปี เป็นเวลา 10 ปี ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสลับตัวเด็ก ก่อนลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อช่วงปี 2566 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย นางสาวจันจิรา ไทยบัณฑิต พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) ได้พา น.ส.จอย (นามสมมติ) อายุ 24 ปี เข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผู้กำกับการ สภ.บางละมุง เพื่อขอความช่วยเหลือติดตามลูกสาววัย 3 ขวบ หลังเชื่อว่าถูกพี่เลี้ยงนำตัวไปสลับกับเด็กคนอื่นตั้งแต่ยังเป็นทารกวัยเพียง 5 เดือน
โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม น.ส.ส้ม ดำเนินคดี และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุก ก่อนที่จำเลยจะยื่นอุทธรณ์และได้รับการประกันตัวชั่วคราว
ล่าสุด เมื่อเวลา 11.40 น. ของวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 น.ส.ส้ม พร้อมทนายความและญาติ เดินทางมายังศาลจังหวัดพัทยา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ก่อนที่ในเวลา 13.00 น. ศาลจะมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 10 ปี ลดเหลือ 5 ปี ภายหลังคำพิพากษา ทนายความของจำเลยได้ยื่นหลักทรัพย์จำนวน 25,000 บาท เพื่อขอประกันตัวระหว่างต่อสู้คดีในชั้นฎีกา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ด้านนายบี๊ พี่เขยของ น.ส.ส้ม เปิดเผยว่า ส่วนตัวยังไม่เชื่อว่า น.ส.ส้ม จะมีเจตนาขายเด็ก เพราะที่ผ่านมาเป็นคนรักเด็กและมีลูกของตัวเองถึง 4 คน พร้อมยืนยันว่าหลังเกิดเหตุ น.ส.ส้ม เคยมาปรึกษาเรื่องเด็กหาย และมีอาการเครียดจนถึงขั้นถอดใจหลังศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก
ขณะที่ น.ส.จอย ผู้เสียหาย เปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาว่า รู้สึกพึงพอใจและดีใจที่ศาลลงโทษผู้กระทำผิด แต่ยังติดใจที่คู่กรณีไม่ยอมเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของลูกสาวแท้ๆ ของตน
“ขอบคุณศาล มูลนิธิปวีณา เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสื่อมวลชนทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ หนูยังอยากขอให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอกเสียงตามหาลูกของหนูให้กลับมา” น.ส.จอย กล่าวทั้งน้ำตา
ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จะประสานงานร่วมกับ สภ.บางละมุง เดินหน้าติดตามค้นหาเด็กหญิงที่สูญหายต่อไป เพื่อให้กลับคืนสู่อ้อมอกของแม่แท้ๆ โดยเร็วที่สุด
ข่าวภูมิภาค








