วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง, น.ส.พรปริญา ศรีจันทร์ สมาชิกสภา อบจ.ปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 5 อำเภอคลองหลวง และนายพงศธรรศ รุจิพุฒธันยพัต นายกสมาคมนักข่าวจังหวัดปทุมธานี ได้นำตัวแทนชาวบ้านกว่า 80 คน จากชุมชนไวท์เฮ้าส์, 8 ไร่ และเทพประทาน เข้าร่วมประชุมกับ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารและผู้รับเหมาหลักของโครงการรถไฟความเร็วสูงสายพื้นที่คลองหลวง
การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนกว่า 30,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยเฉพาะการถมดินปิดร่องน้ำเดิมที่มีความกว้างประมาณ 6–8 เมตร และเปลี่ยนเป็นท่อระบายน้ำขนาดเพียง 80 เซนติเมตร ส่งผลให้การระบายน้ำไม่ทันในช่วงฝนตกหนัก จนเสี่ยงเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนซึ่งมีระดับต่ำกว่าถนนพหลโยธินประมาณ 1–2 เมตร
นอกจากนี้ยังมีปัญหาแรงสั่นสะเทือนจากการก่อสร้าง ทำให้บ้านเรือนประชาชนแตกร้าว รวมถึงการปิดเส้นทางสัญจร ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเด็กนักเรียนและผู้สูงอายุ ภายหลังการหารือร่วมกัน ตัวแทนทุกฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน โดย รฟท. รับข้อเสนอทั้งหมดและยืนยันจะเร่งดำเนินการแก้ไขทันที พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ระบุว่า หลังจากรับทราบปัญหาอย่างชัดเจนแล้ว รฟท. จะเริ่มลงพื้นที่ภายในสัปดาห์หน้า โดยจะบูรณาการร่วมกับ อบจ.ปทุมธานี ในการนำเครื่องจักรเข้าดำเนินการรื้อท่อระบายน้ำขนาดเล็ก และฟื้นฟูร่องน้ำเดิมให้สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่กว่า 10,000 ครัวเรือน
ขณะเดียวกัน นายยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ นายกเทศมนตรีเมืองคลองหลวง เปิดเผยว่า ข้อตกลงสำคัญที่ได้ในครั้งนี้ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การฟื้นฟูร่องน้ำเดิมที่ถูกถมให้กลับมาใช้งานได้จริงอย่างยั่งยืน การชดเชยความเสียหายบ้านเรือนที่แตกร้าวจากแรงสั่นสะเทือน โดยจะจัดทำบันทึกสำรวจและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกราย การกำหนดให้ผู้รับเหมาทุกฝ่ายต้องตั้งโต๊ะรับฟังปัญหาชาวบ้านอย่างใกล้ชิด และปรับวิธีการทำงานเชิงรุก เพื่อป้องกันปัญหา ไม่ใช่แก้ไขเมื่อเกิดเหตุแล้ว
ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญเกิดจากการปิดทางระบายน้ำเดิมที่เชื่อมต่อไปยังคลองเปรมประชากร ทำให้เมื่อฝนตกหนักน้ำไม่สามารถระบายได้ทัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว โดยย้ำว่าแนวทางการแก้ปัญหาต้อง “เน้นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ มากกว่าการเยียวยาภายหลัง”
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านในหลายชุมชน เช่น ไวท์เฮ้าส์ เทพประทาน หงสกุล และ 8 ไร่ ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเร่งแก้ไขเชิงระบบ ไม่ใช่เพียงเฉพาะจุด พร้อมฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อย่าดันทุรังดำเนินการตามแบบโดยไม่ฟังเสียงประชาชน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ชาวบ้านกว่า 100 คนได้เดินทางเข้าร้องเรียนที่ อบจ.ปทุมธานี พร้อมน้ำตา โดยระบุว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงได้ถมร่องน้ำเดิมและใช้ท่อขนาดเล็กแทนระบบระบายน้ำเดิม ส่งผลให้เสี่ยงน้ำท่วมใหญ่ ขณะเดียวกันยังได้รับผลกระทบจากเสียงสั่นสะเทือน บ้านแตกร้าว และการสัญจรที่ไม่สะดวก นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญคือโครงการรถไฟความเร็วสูงสายดังกล่าว ไม่มีการตั้งสถานีในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี แม้เส้นทางจะพาดผ่าน ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งที่ต้องรับผลกระทบจากการก่อสร้าง
ขณะที่การทำประชาพิจารณ์ก่อนหน้านี้ พบว่ามติของประชาชน “ไม่ผ่าน” เนื่องจากกังวลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต และความไม่เป็นธรรมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาครั้งนี้ต้องไม่เกิดคำว่า “รู้งี้” ในภายหลัง พร้อมยืนยันว่าจะทำหน้าที่ป้องกันผลกระทบให้ถึงที่สุด หากหน่วยงานหรือผู้รับเหมายังไม่ให้ความร่วมมือ ก็พร้อมใช้มาตรการทางสังคมและกฎหมายดำเนินการอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ภายหลังการบรรลุข้อตกลง รฟท., อบจ.ปทุมธานี และเทศบาลเมืองคลองหลวง จะร่วมกันลงพื้นที่สำรวจจริงอีกครั้ง พร้อมเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการฟื้นฟูร่องน้ำและเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จก่อนฤดูฝนเต็มรูปแบบ เพื่อความปลอดภัยและความอุ่นใจของประชาชนในพื้นที่คลองหลวง








