วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ลำตะคอง หรือ “คลองชองเกชอนโคราช” ระยะที่ 1 วงเงินงบประมาณกว่า 238 ล้านบาท ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีสภาพเสื่อมโทรมและถูกทิ้งร้างเกือบ 2 ปี รวมถึงความกังวลเรื่องการรุกล้ำลำน้ำสาธารณะและความคุ้มค่าของโครงการ
ล่าสุด นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (ผว.สตง.) พร้อมด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณลำตะคอง ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านพื้นที่วัดสุขสันติราม หรือวัดสุสาน ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา
จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่โครงการระยะที่ 1 มีสภาพเสื่อมโทรม ทั้งด้านภูมิทัศน์และลำน้ำลำตะคองที่มีตะกอนทับถม อีกทั้งไม่มีหน่วยงานดูแลรับผิดชอบ เนื่องจากยังไม่มีการส่งมอบงานให้เทศบาลนครนครราชสีมาอย่างเป็นทางการ
ด้าน นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะเจ้าของโครงการ ชี้แจงว่า โครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 งบประมาณ 118 ล้านบาท ระยะทาง 725 เมตร ตั้งแต่โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา–วัดสุสาน ได้ดำเนินการแล้วเสร็จปลายปี 2568 และมีการตรวจรับงานแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินโครงการระยะที่ 2 ต่อเนื่องได้ ทำให้พื้นที่ระยะที่ 1 ยังไม่มีผู้รับผิดชอบดูแลโดยตรง
ขณะเดียวกัน ระยะที่ 2 ประกอบด้วยงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง สะพานข้ามลำตะคอง ทางเดินริมน้ำ และสวนสาธารณะ รวมถึงระบบปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดการน้ำเสีย ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดหาผู้รับจ้าง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2569
ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะมีการส่งมอบให้เทศบาลนครนครราชสีมาเป็นผู้ดูแล พร้อมเตรียมแผนพัฒนาระบบจัดการน้ำเสียตลอดแนวลำตะคองระยะทาง 13 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 700 ล้านบาท ในช่วงปี 2570–2571
ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา ระบุว่า หากโครงการแล้วเสร็จจะกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองโคราช ทั้งด้านการท่องเที่ยว พื้นที่พักผ่อน และการออกกำลังกาย พร้อมเดินหน้าแผนจัดการน้ำเสียเพื่อยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ขณะที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้เน้นย้ำว่า ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้โครงการเกิดความยั่งยืน และสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่เพียงโครงการก่อสร้างแต่ต้องตอบโจทย์ประชาชนในระยะยาว








