ชาวสวนทุเรียนระยองร้องศูนย์ดำรงธรรม หลังโรงงานไม้ยางปล่อยน้ำเสียลงสระทำทุเรียนตายยกสวน สูญเสียกว่า 1.2 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งหยุดกิจการโรงงาน
จากกรณี น.ส.ฐปนัท (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เจ้าของสวนทุเรียน พื้นที่หมู่ 2 บ้านสองพี่น้อง ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังได้รับความเดือดร้อนจากโรงงานไม้ยางแปรรูปที่ตั้งอยู่ติดกับสวน ปล่อยน้ำเสียลงสระน้ำ จนเจ้าของสวนสูบน้ำดังกล่าวมารดต้นทุเรียน ส่งผลให้ทุเรียนยืนต้นตายเสียหายยกสวน มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท โดยร้องเรียนมานานกว่า 3 ปี แต่ยังไร้ทางออก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 พ.ค.69 นายอนวัช อมรรัตนธำรง ปลัดศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง (หน่วยเคลื่อนที่เร็ว) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หลังรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน โดยมี น.อ.พิสันต์ รามนุช รองหน.กอ.รมน.ระยอง นายสิทธิพร อุตสาหะ ปลัดอาวุโสอำเภอแกลง นายทรงศักดิ์ วงศ์ทรัพย์ นายกเทศมนตรีตำบลสองสลึง เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เกษตรอำเภอแกลง กำนันตำบลสองสลึง ผู้จัดการโรงงาน และผู้ร้องเรียน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียด
การลงพื้นที่ครั้งนี้สร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง หน่วยเคลื่อนที่เร็ว ได้เร่งเข้าตรวจสอบปัญหาทันที พร้อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อคลี่คลายความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเร็ว
จากการตรวจสอบพบว่า โรงงานดังกล่าวได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน ลำดับที่ 34(1) แต่มีเงื่อนไขชัดเจน ห้ามปล่อยน้ำทุกประเภทออกนอกบริเวณโรงงาน ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง จึงมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการเร่งปรับปรุงแก้ไข หากฝ่าฝืนหรือไม่ดำเนินการ จะมีโทษปรับ 100,000 บาท และหากยังพบการปล่อยน้ำเสียออกจากโรงงาน จะถูกปรับเพิ่มเติมวันละ 5,000 บาท จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ
ขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรีตำบลสองสลึง ได้ตรวจสอบการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 พบว่า ขณะนี้โรงงานยังอยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาต จึงมีคำสั่ง “ระงับการประกอบกิจการ” ไว้ก่อน จนกว่าจะได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ด้าน น.ส.ฐปนัท เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ตนเองและครอบครัวต้องสูญเสียรายได้หลักจากสวนทุเรียนที่ลงทุนปลูกมาหลายปี หลังต้นทุเรียนทยอยยืนต้นตายจากการใช้น้ำในสระที่คาดว่าปนเปื้อนน้ำเสีย จนเกิดความเสียหายอย่างหนัก พร้อมขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยองและหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ที่ลงพื้นที่เข้ามารับฟังปัญหาและช่วยเหลืออย่างจริงจัง
เบื้องต้น คณะเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้เสียหายดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เพื่อเรียกชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป








