วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยสนับสนุนโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคการเกษตร เพื่อช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ลดผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน และยกระดับศักยภาพเกษตรกรให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
ล่าสุด นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พร้อมคณะ ลงพื้นที่เทศบาลตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เพื่อติดตามผลสำเร็จของโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับแหล่งน้ำผิวดิน โดยมีนายพุทธิธร ฉัตรบริรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลท่าช้าง และหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ
นายรัฐฉัตร ศิริพานิช เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในปีงบประมาณ 2565 วงเงิน 1.17 ล้านบาท โดยมีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดรวม 28,800 วัตต์ จากแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 480 วัตต์ จำนวน 60 แผง พร้อมอินเวอร์เตอร์ และเครื่องสูบน้ำขนาด 4 กิโลวัตต์ จำนวน 5 ชุด สามารถสูบน้ำได้รวม 125 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร
ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวสามารถผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 32,452.15 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ช่วยให้ชุมชนมีแหล่งพลังงานของตนเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานโลก
ในภาพรวม กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานได้สนับสนุนโครงการด้านเกษตรและเศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2561–2565 รวมทั้งสิ้น 2,406 โครงการ วงเงินกว่า 4,500 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ได้ดำเนินการแล้ว 30 ระบบ วงเงินรวมกว่า 87 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่เทศบาลตำบลท่าช้าง โครงการสามารถช่วยผลิตพลังงานทดแทนไฟฟ้าได้ 33,849.75 กิโลวัตต์ต่อปี และลดต้นทุนด้านพลังงานได้ประมาณ 119,136 บาทต่อปี พร้อมเพิ่มศักยภาพการทำเกษตรในพื้นที่กว่า 200 ไร่ ครอบคลุมนาข้าว สวนชะอม มะม่วง และกระท้อน ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นายรัฐฉัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและลดการใช้พลังงานฟอสซิล แต่ยังเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับชุมชน และช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการน้ำและพลังงานได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน สำหรับทิศทางในระยะต่อไป กองทุนฯ จะยังคงสนับสนุนโครงการด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเศรษฐกิจฐานราก วิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกล เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงพลังงานสะอาด และเพิ่มโอกาสในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน








