พ่อค้าร้านชำในพื้นที่ศรีราชาร้องสื่อ เตือนภัยมิจฉาชีพใช้กลอุบาย “งูเข้าร้าน” หลอกให้เจ้าของเผลอ ก่อนฉกเงินสดหลบหนี ก่อเหตุซ้ำถึง 3 ร้านในละแวกเดียวกัน ได้เงินไปเกือบ 1 หมื่นบาท วอนเจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายบุญเติม ชมบุญ อายุ 41 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ริมถนนสายวัดแหลมทอง–เครือสหพัฒน์ หมู่ 11 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.30 น. ขณะที่ตนออกไปส่งของให้ลูกค้า และให้ลูกสาววัย 11 ปีเฝ้าร้านเพียงลำพัง ในช่วงเวลาดังกล่าว มีชายรูปร่างท้วม สวมเสื้อสีฟ้า กางเกงขาสั้น ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Nissan Note สีแดง เข้ามาทำทีซื้อน้ำมันใส่ขวด ก่อนจะออกอุบายบอกเด็กว่าเห็นงูอยู่ภายในร้าน เมื่อเด็กหญิงเผลอเดินเข้าไปดู คนร้ายได้อาศัยจังหวะหยิบเงินสดจากตะกร้าที่แขวนไว้บริเวณร้าน ซึ่งมีเงินเกือบ 5,000 บาท ใส่กระเป๋าแล้วเดินออกไปอย่างใจเย็น
หลังจากก่อเหตุร้านแรก คนร้ายยังขับรถไปจอดห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนเดินไปยังร้านขายแตงโมฝั่งตรงข้าม ใช้กลอุบายเดิมหลอกเจ้าของร้านให้หันไปดูงูด้านหลังร้าน และฉวยเงินสดไปได้อีกเกือบ 5,000 บาท
ต่อมา คนร้ายได้พยายามก่อเหตุซ้ำที่ร้านขายของชำร้านที่ 3 ซึ่งอยู่ติดกัน โดยครั้งนี้มีลูกสาววัย 14 ปีของนายบุญเติมเฝ้าร้านอยู่ แต่ระหว่างที่คนร้ายกำลังจะหยิบเงิน เจ้าของร้านรู้ตัวทันและสามารถดึงเงินกลับคืนไว้ได้ ทำให้คนร้ายรีบหลบหนีไป
นายบุญเติม ระบุว่า เมื่อกลับมาถึงร้านและจะหยิบเงินทอนให้ลูกค้า พบว่าเงินหายไปเกือบหมด เหลือเพียง 20 บาท จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบถามลูกสาวจนทราบเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.แหลมฉบัง
อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านมากว่า 1 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกใบหน้าและทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีข้อมูลว่าคนร้ายรายดังกล่าวยังคงตระเวนก่อเหตุในพื้นที่ใกล้เคียง
เจ้าของร้านยังฝากเตือนผู้ประกอบการร้านค้าทั่วไป โดยเฉพาะร้านที่ให้เด็กหรือเยาวชนเฝ้าร้าน ควรเพิ่มความระมัดระวัง ไม่หลงเชื่อบุคคลแปลกหน้าที่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ และควรเก็บเงินสดไว้ในจุดที่ปลอดภัย รวมถึงติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุม เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดเหตุ ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างหวั่นเกรงว่าหากยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ อาจมีผู้ตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับชุมชน








