ตำรวจสอบเค้น 2 ผู้ต้องหาคดีชิงทองยังไม่ยอมเปิดปากบอกที่ซ่อนของกลาง อ้างก่อเหตุเพื่อทดแทนบุญคุณ ขณะตรวจประวัติพบเคยมีคดีปล้นร้านทองและเข้าออกเรือนจำหลายครั้ง เจ้าหน้าที่เร่งขยายผล
วันที่ 4 พ.ค.69 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วยตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมตัวคนร้าย 2 คน ชิงทองห้างดังในพื้นที่โคกขาม โดยหลังจากก่อเหตุนายโจ๊กคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ที่เตรียมไว้หนีไปก่อนที่จะทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ซอยข้างๆแล้วไปเปลี่ยนรถขึ้นรถเก๋งเพื่อหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีนายยักษ์ ผู้ร่วมวางแผนก่อเหตุจอดรถรออยู่ชับหนึขึ้นเหนือไปหลบพักค้างคืนอยู่ในรีสอร์ทที่จังหวัดน่านเตรียมที่จะออกนอกประเทศ
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภาค 7 สืบจังหวัดสมุทรสาคร สืบโคกขาม ได้แกะรอยติดตามคนร้ายไปอย่างกระชั้นชืด จนตามไปทันกลางดึกรู้แน่ชัดแล้วว่าคนร้ายพักอยู่ในรีสอร์ท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดล้อมไว้ก่อนเนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนเจ้าหน้าที่จึงต้องวางแผนกันอย่างรอบคอบ รอให้ถึงเช้า จึงให้พนักงานของทางรีสอร์ทเข้าไปเคาะประตูนำอาหารเข้าไปให้ เมื่อคนร้ายเปิดประตูออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้กรูกันเข้าไปจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 2 คาที่นอน พร้อมนำตัวคนร้ายทั้ง 2 คนกลับมายังจังหวัดสมุทรสาคร
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังไม่ยอมบอกว่านำทองของกลางที่ชิงมาพร้อมกับปืนที่ก่อเหตุไปไว้ที่ไหน โดยนายโจ๊ก คนร้ายที่บุกเข้าไปในร้านทองบอกเพียงสั้นๆว่า การก่อเหตุในครั้งนี้นายยักษ์ เป็นคนวางแผนและจัดหาชุด ปืนและรถ มาให้ทั้งหมด ส่วนที่ตนเองทำไปก็เพื่อตอบแทนบุญคุณนายยักษ์ที่ให้ที่อยู่ที่กินกับตน พร้อมกับให้เงินในการก่อเหตุครั้งนี้ 3,000 บาท และเตรียมที่จะหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนนายยักษ์ ยังปากแข็งปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติของนายยักษ์พบว่ามีประวัติยาวเหยียดพึ่งออกจากคุกมาได้ไม่นานโดนคดีเกี่ยวกับทรัพย์ทั้งสิ้นแถมเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองลักษณะนี้มาแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายโจ็ก ไปทำแผนที่ร้านทองเพื่อประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีกับคนร้ายทั้ง 2 คนตามกฎหมายต่อไป








