รถพุ่งพวงขอนแก่นลงทะเบียนแล้วกว่า 200 คัน พร้อมผุดไอเดีย 1 คัน 1 ตำบล เพื่อขยายโครงข่ายไทยช่วยไทย มหาดไทยใกล้คุณ โ ขณะที่เจ้าของรถขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือวงเงิน 3,000 บาทต่อคันเพียงพอแล้วเพราะช่วยทั้งประเทศ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 4 พ.ค.69 นายพิชัย วันตา นายอำเภอเมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า นโยบายไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ กรมการปกครอง เป็นแม่งานหลักในการดำเนินโครงการ ซึ่งขณะนี้ อ.เมืองขอนแก่น ได้ขานรับนโยบายอย่างเร่งด่วน ด้วยการสำรวจรถพุ่มพวงทั้งแบบรถยนต์และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง โดยได้ส่งข้อมูลให้กับทางจังหวัดรายงานไปยังกรมการปกครองแล้ว โดยภาพรวมทั้ง 17 ตำบลมีผู้ประกอบการหลายราย รถที่ขึ้นทะเบียนรวมกว่า 200 คัน
“ทันทีที่รัฐบาลกำหนดให้มีการลงทะเบียน อำเภอก็จะประสานงานไปยังผู้ประกอบการและเจ้าของรถเพื่อลงทะเบียนตามนโยบายดังกล่าว เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือตามที่รัฐกำหนด เนื่องจาก อำเภอเมืองขอนแก่น มีรถพุ่มพวงทุกตำบล และจากนี้ไปอำเภอมีแนวทางที่จะดำเนินการต่อยอดนโยบายดังกล่าวคืออย่างน้อยที่สุด รถพุ่มพวงจะต้องมีตำบลละ 1 คัน ทั้งแบบรถยนต์และรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเพื่อที่จะนำสินค้าไทยช่วยไทยมหาดไทยใกล้คุณ ไปถึงมือประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้เลือกซื้อสินค้าในราคาประหยัด เพราะโดยปกติแล้วรถพุ่มพวง อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน”
ขณะที่นายบุดดี เชาว์ชาญ กำนันตำบลบ้านค้อ และผู้ประกอบการรถพุ่มพวงในกลุ่มประเภทรถยนต์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรถพุ่งพวง ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ได้ให้การช่วยเหลือ ซึ่งจะได้เท่าใด ได้อย่างไรนั้นก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ยิ่งขณะนี้มีความชัดเจนในเรื่องคนละครึ่งก็จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างมาก และโดยส่วนตัวเป็นกำนันตำบลบ้านค้อด้วย ก็ต้องวิ่งขายของเช้า-เย็นควบคู่กับการตรวจงานและตรวจสอบพื้นที่ในหน้าที่ที่รับผิดชอบก็จะควบคู่กันไป
“ผมวิ่งขายของด้วยรถพุ่มพวงในกลุ่มประเภทรถยนต์กระบะก็จะเวียนขับรถขายของไปเรื่อยทั้ง ต.บ้านค้อ,สำราญ,แดงใหญ่,สาวะถี,บางทีก็เลยไปที่ ต.ม่วงหวาน,โคกสุง อ.น้ำพองแม้กระทั่งต .ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง ก็ขับรถไปขายของเหมือนกัน เพราะรถพุ่มพวงนั้นเข้าถึงประชาชนจริง ขายของถูกจริง ของดีมีมาตรฐานเพราะอยู่คู่กันชุมชนมานานและชาวบ้านนั้นพึงพอใจ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ตอนน้ำมันดีเซลยังไม่ปรับขึ้นมากขนาดนี้ก็เติมวันละ 500 บาทอยู่แล้วแต่ตอนนี้เติม500 บาทได้ไม่กี่ลิตรก็ต้องเติม 1,000 บาทและมาเฉลี่ยการใช้งานเอา”
นายบุดดี กล่าวต่อว่า สมัยนี้คือสมัยของการใช้เงิน ออกจากบ้านก็ต้องจ่ายเงินแล้ว อย่างน้อยที่สุดคือการเติมน้ำมั้นพอน้ำมันขึ้นมาก้าวกระโดดและยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง ตนเองก็ต้องปรับขึ้นมาเติมวันละ 1,000 บาทแล้วอย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลประกาศนโยบายช่วยเหลือรถพุ่งพวง ภาพรวมทั้งประเทศ รายละ 3,000 บาท ในกลุ่มรถยนต์ ถือว่าพึงพอใจมากถ้าช่วยจริง เท่านี้ถือว่าเหมาะสม หากจะช่วยมากกว่านี้คงเป็นไปไม่ได้เพราะช่วยทั้งประเทศ จึงขอบคุณรัฐบาลที่มีความคิดที่จะส่งเสริมประชาชนในเรื่องของการลดต้นทุนและมีรายได้เพิ่มจากนโยบายของรัฐที่กำหนดอีกด้วย








