เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีลงพื้นที่อำเภอขลุงและอำเภอมะขาม เพื่อตรวจสอบความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่สวนทุเรียน ส่งผลให้ผลผลิตร่วงหล่นจำนวนมากกว่า 100 ตัน โดยพบว่าทุเรียนส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่เริ่มเข้าสี ซึ่งอยู่ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยว
นางสาวจารุวรรณ ทองใบ เกษตรจังหวัดจันทบุรี ได้สั่งการให้นางเพ็ญทิวา คุณวัฒน์ เกษตรอำเภอขลุง และนายพงษ์ชัย สิทธิมาลัยรัตน์ เกษตรอำเภอมะขาม นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเร่งสำรวจความเสียหายและให้กำลังใจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัยที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา
จากการสำรวจเบื้องต้น พบพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักในตำบลตกพรมและตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง รวมถึงตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวน 77 ราย พื้นที่เสียหายรวมกว่า 58 ไร่ และมีผลผลิตทุเรียนร่วงหล่นกว่า 100 ตัน
สำหรับผลผลิตที่ได้รับความเสียหาย ประมาณร้อยละ 80 เป็นทุเรียนที่เริ่มเข้าสี ซึ่งเกษตรกรได้เร่งประสานผู้ประกอบการห้องเย็น 2–3 ราย เพื่อรับซื้อไปแปรรูปเป็นเนื้อทุเรียนสำหรับผลิตไอศกรีม ในราคากิโลกรัมละ 10–20 บาท ส่วนอีกร้อยละ 20 เป็นทุเรียนอ่อนที่ยังไม่เข้าสี จำเป็นต้องนำไปแปรรูปเป็นทุเรียนกวนหรือใช้ทำปุ๋ยหมัก เพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน นางสาวจารุวรรณได้เน้นย้ำมาตรการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือจากเกษตรกร พ่อค้าคนกลาง และโรงคัดบรรจุ ห้ามนำทุเรียนที่ได้รับความเสียหายจากพายุ หรือที่เรียกว่า “ทุเรียนลม” เข้าสู่ตลาดผลสดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเด็ดขาด
“ต้องรักษามาตรฐานทุเรียนจันทบุรีอย่างเข้มงวด ทุเรียนที่ร่วงต้องเข้าสู่กระบวนการแปรรูปเท่านั้น ห้ามนำไปจำหน่ายปะปนกับทุเรียนปกติ เพราะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาพลักษณ์การส่งออกในระยะยาว หากพบการสวมสิทธิ์หรือนำทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นางสาวจารุวรรณกล่าว
ในส่วนของการช่วยเหลือเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรีได้ให้คำแนะนำในการจัดเตรียมเอกสาร เพื่อขอรับการช่วยเหลือตามระเบียบหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร พ.ศ. 2564 เพื่อเร่งเยียวยาความเสียหายและฟื้นฟูสวนทุเรียนให้สามารถกลับมาผลิตได้โดยเร็ว








