สว.ลงพื้นที่ระยองภายใต้โครงการ “สว.พบประชาชน” เร่งติดตามปัญหากัดเซาะชายฝั่งและโครงการกำแพงกันคลื่นหาดสนกระซิบที่ถูกทิ้งงานนานกว่า 3 ปี รวมถึงปัญหา PM2.5 และมลพิษในมาบตาพุด พร้อมผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโชติชัย บัวดิษ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำคณะลงพื้นที่จังหวัดระยอง ภายใต้โครงการ “สว.พบประชาชน” ในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด
การลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะ สว. ได้ตรวจสอบปัญหาสำคัญหลายจุด ทั้งปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ อ.บ้านฉาง และ อ.เมืองระยอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกรณีโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นบริเวณหาดสนกระซิบ ต.มาบตาพุด ที่ต้องหยุดชะงัก หลังผู้รับเหมาทิ้งงานนานกว่า 3 ปี ทำให้โครงการค้างคาและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และมลพิษในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชาวบ้านร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่โดยตรง
นายโชติชัย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามโครงการที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามายังวุฒิสภา โดยเฉพาะปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งจำเป็นต้องผลักดันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณเข้ามาแก้ไขโดยเร่งด่วน สำหรับโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดสนกระซิบ วงเงินเดิม 59 ล้านบาท ระยะทาง 890 เมตร ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 3 ปีนั้น ล่าสุดได้เชิญวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ มาชี้แจงต่อประชาชน โดยได้ข้อสรุปตรงกันว่าชาวบ้านต้องการให้โครงการเดินหน้าก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จโดยเร็ว
ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองยืนยันว่า ได้มีการตั้งงบประมาณใหม่จำนวน 39 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการต่อ แต่ติดข้อกฎหมายใหม่ที่อาจต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนดำเนินการ โดยจะทำหนังสือสอบถามไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่ากรณีโครงการเดิมที่ค้างอยู่จำเป็นต้องทำ EIA หรือไม่
“ชาวบ้านเดือดร้อนมานาน ต้องเร่งหาทางออกให้เร็วที่สุด วุฒิสภาจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อและแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายโชติชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ต่างคาดหวังว่าการลงพื้นที่ของคณะ สว. ในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หลังต้องเผชิญความเดือดร้อนสะสมมานานหลายปี








