ชายแดนเดือด! เขมรกล่าวหาไทยรัว M79 ถล่มทูตทหารกลางช่องจอม กองทัพบกโต้ทันควัน 'แค่ประทัด' เตือนพวกยั่วยุรุกแนวรั้ว
สุรินทร์-มาลี เขมร กล่าวหาไทยยิงปืนไรเฟิล M79 และ M 16 จํานวน 9 ลูก ขณะนำทูตทหารต่างประเทศและนัดข่าวต่างประเทศ สังเกตการณืที่โอรเสม็ด-ช่องจอม ขณะที่ไทย ยัน จุดประทัดเตือนทหารเขมร ที่พยายามยั่วยุประชิดรั้วลวดหนาม ไม่เป็นไปตามข้อตกลง
วันที่ 29 เม.ย..69 เวลา 10.20 น. กระทรวงกลาโหม ราชอาณาจักรกัมพูชาอาณาจักรกัมพูชา ได้นำคณะทูตทหารต่างประเทศ (MACPP) รวมทัง้สื่อลชนกัมพูชาและสื่อมวลชนต่างประเทศ ลงพื้นที่ เพื่อสังเกตการณ์ที่ประตูด่านโอรเสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย ฝั่งประเทศกัมพูชา ตรงข้าม จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จงสุรินทร์ ของไทย หลังจากการหยุดยิง
โดยกัมพูชา ระบุว่า การเยี่ยมเยียนของกลุ่มกลุ่มฑูตทหารต่างประเทศ (MACPP) เลขาธิการคณะกรรมการชายแดนทหารชนบท (RBC) ของกองทัพบกที่ 4 กัมพูชา ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการแก่ทีมเลขาธิการคณะกรรมการทหารชนบท (RBC) ของกองทัพภาคที่ 2 ของประเทศไทยแล้ว เกี่ยวกับกิจกรรมการสังเกตการณ์ของกลุ่มทหารต่างประเทศ (MACPP) ดังกล่าว
โดยระหว่างที่กัมพูชา นำทูตทหารต่างประเทศ ลงพื้นที่สังเดตุการณ์บริเวณดังกล่าว กัมพุชาระบุว่า เกิดการยิงจากกองทัพไทย 5 ครั้ง ระหว่างเวลา 101.35 น. ถึง 11.09 น.ด้วยการ ยิงปืนไรเฟิล M79 และ M 16 จํานวน 9 ลูก
ขณะเดียวกัน ร้อยโท Maly Socheata โฆษกหญิงของกระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชา ได้ออกแถลง ระบุว่า มีความประสงค์จะแจ้งให้ประชาชนทราบรวมทั้งสมาชิกของสื่อแห่งชาติและต่างประเทศดังนี้
วันพุธที่ 29 เมษายน 2026 เวลา 10.20 น. กระทรวงกลาโหมราชอาณาจักรกัมพูชาได้อํานวยความสะดวกในการทัวร์ประจําปีครั้งที่สองของปี 2026 สําหรับกองทหาร Attachés ในพนมเปญ (MACPP) เพื่อทําการสังเกตการณ์ที่ด่านพรมแดนนานาชาติ O'Smach ในจังหวัด Oddar Meanchey ตาม การดําเนินการของข้อตกลงการหยุดยิง น่าจะเน้นย้ําต่อไปว่าสํานักเลขาธิการคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (RBC) ของกองทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชาได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการต่อสํานักเลขาธิการของกองทัพภาคที่ 2 ของไทยก่อนที่จะมีการเยี่ยมชมประจําปีครั้งที่สองของกองทัพภาคที่ 2 ประจําปี 2026 โดยกองทัพบก กองทัพไปพนมเปญ (MACPP) กิจกรรมของกองทหาร Attaché Corps to Phnom Penh (MACPP) ในราชอาณาจักรกัมพูชาสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระดับสูงต่อความปลอดภัยและความสงบ ไม่เพียงแต่ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่สําหรับภูมิภาคและโลกกว้าง
น่าเสียดายที่ระหว่างการสังเกตการณ์และการตรวจสอบในสถานที่จริง มีการยิงปืนห้าครั้งโดยกองกําลังทหารไทย ระหว่างเวลา 10:35 น. ถึง 11:09 น. มีการยิงทั้งหมดเก้านัด ประกอบด้วยอาวุธ M79 และ M16 ประเภท กองกําลังกัมพูชาจะยังคงติดตามอย่างใกล้ชิดและยังคงเฝ้าระวังในการปฏิบัติตามบทบาทของพวกเขาในการปกป้องความซื่อสัตย์ของดินแดนกัมพูชาและประชาชนอย่างมั่นคง ควรสังเกตว่าเหตุการณ์นี้ขัดกับจิตวิญญาณของการหยุดยิงและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งขึ้นเพื่อลดความตึงเครียดและส่งเสริมสันติภาพ ความปลอดภัยและความเงียบสงบตามแนวชายแดน
ในฐานะที่เป็นรัฐที่ปฏิบัติตามกฎหมายและความรับผิดชอบ กัมพูชายึดมั่นในการแก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างสันติ การบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศของเราซึ่งเป็นส่วนช่วยสร้างความสงบสุข ความมั่นคง และความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนซึ่งต้องการความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงและความเคารพอย่างเต็มที่สําหรับกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรอาเซียน และสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ทั้งหมดที่ผูกมัดเรา
กระทรวงกลาโหมประเทศกัมพูชาขอยืนยันความมุ่งมั่นที่มั่นคง จริงใจ และไม่เปลี่ยนแปลงของเราในการเคารพและใช้แถลงการณ์ร่วมกันของการประชุมพิเศษครั้งที่สามของกัมพูชา – ประเทศไทย คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 27 ธันวาคม 2025 การประกาศร่วมกันเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชา และ ประเทศไทย ในวันที่ 26 ตุลาคม 2025 และข้อตกลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีวัตถุประสงค์เพื่อหาทางออกที่สันติสุข ยุติธรรม และยั่งยืนตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองประเทศ ประชาชนและนักข่าวระดับประเทศและต่างประเทศได้รับทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลงวันที่วันพุธที่ 29 เมษายน 2026
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ที่มีการยิงเกิดขึ้นดังกล่าว ทางกัมพูชาได้มีการถ่ายภาพคลิปเสียงดังได้อย่างชัดเจน ชาวโซเชี่ยลกัมพูชาก็มีการบันทึกเสียงได้และแชร์ลงในโลกโซเชี่ยลด้วยเช่นกัน
วันเดียวกันนี้ ทางเพจเฟสบุ๊ค ของ “วาสนา นาน่วม ก็ได้โพสต์ ข้อความระบุว่า “แค่ประทัด ไม่ต้องตกใจ เขมร กล่าวหาทหารไทยยิงปืนขู่“โฆษกทบ.” แจง ทหารไทย เตือนเบาๆ ด้วยประทัด หลังทหารกัมพูชาประชิดแนวลวดหนาม ผิดข้อตกลง ขณะนำคณะทูตทหารตปท. เข้าพื้นที่ชายแดนช่องจอม สุรินทร์ ชี้เป็นการพยายามสร้างภาพความรุนแรงให้ฝ่ายไทย ยืนยัน ไทย ยังคงสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามหลักสากล ปกป้องความปลอดภัยของประชาชนและอธิปไตยของไทยในทุกกรณี
พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ว่า หน่วยที่ควบคุมพื้นที่ได้รับการประสานจากชุดประสานงานชายแดนไทย–กัมพูชา ว่าในเวลา 10.00 น. ฝ่ายกัมพูชาจะนำคณะทูตเข้าตรวจพื้นที่ใกล้แนววางกำลังของฝ่ายไทย ซึ่งกองกำลังฝ่ายไทยรับทราบและได้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ต่อมา พบว่าทหารกัมพูชาได้กระทำการยั่วยุด้วยการเข้าใกล้แนวลวดหนามของฝ่ายไทย ทั้งที่มีการแจ้งเตือนและทำความเข้าใจเรื่องข้อตกลงร่วมกันไว้แล้ว แต่ยังคงพบการกระทำซ้ำ
หน่วยจึงได้ดำเนินการจุดประทัด จำนวน 3 นัด เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งเตือนตามขั้นตอน ส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชาถอยห่างออกจากบริเวณแนวลวดหนาม
ทั้งนี้ หน่วยได้รายงานเหตุการณ์ให้กองกำลังสุรนารี และกองทัพภาคที่ 2 รับทราบแล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการออกหนังสือประท้วงฝ่ายกัมพูชาต่อการละเมิดข้อตกลงตามถ้อยแถลงร่วมฯ อย่างเป็นทางการต่อไป
โฆษกกองทัพบก. กล่าวเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวไม่สมควรเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพต่อข้อตกลงระหว่างประเทศ และความพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อให้ไทยมีภาพลักษณ์ที่ใช้ความรุนแรง
ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ในทางกลับกัน ฝ่ายไทยยึดมั่นในการปฏิบัติตามกติกาและข้อตกลงอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม
ฝ่ายไทยยังคงสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตนเองตามหลักสากล เพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชนและอธิปไตยของไทยในทุกกรณี
ภูมิภาค62








