เกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบริเวณแยกไฟแดงหน้าที่ว่าการอำเภอทับปุด ตำบลทับปุด อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และทรัพย์สินทั้งภาคเอกชนและของทางราชการได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 เมษายน 2569
โดยนายการุณ ชูสังข์ รองนายกเทศมนตรีตำบลทับปุด เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุรถชนต่อเนื่องหลายคันกลางแยกไฟแดงบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอทับปุด พบรถยนต์และรถจักรยานยนต์เสียหายรวม 6 คัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าช่วยเหลือและนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลในพื้นที่และโรงพยาบาลพังงา
รถที่ได้รับความเสียหายประกอบด้วย รถกระบะ ISUZU D-MAX สีดำ ทะเบียน บว 597 ชุมพร ซึ่งเป็นรถต้นเหตุ ผู้ขับขี่ชายอายุ 20 ปี และผู้โดยสารหญิงอายุ 22 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บ รถเก๋ง MAZDA 2 สีขาว ทะเบียน กจ 6082 สตูล ถูกชนคันแรก ผู้ขับขี่และผู้โดยสารชายได้รับบาดเจ็บ รถกระบะ MITSUBISHI TRITON สีขาว ทะเบียน บน 5075 ภูเก็ต ถูกชนคันที่ 2 ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ยังมีรถ SUV ยี่ห้อ JAECOO สีเขียว ป้ายแดง ทะเบียน ก-1318 ตรัง ซึ่งมีเด็กชายอายุ 2 ปีโดยสารอยู่ได้รับบาดเจ็บ รถจักรยานยนต์ HONDA WAVE สีเทาดำ ทะเบียน 1กข 8760 พังงา มีผู้ขับขี่และผู้โดยสารหญิงบาดเจ็บ รวมถึงรถจักรยานยนต์ YAMAHA GRAND FILANO สีเทา ทะเบียน 1กภ 9579 กระบี่ และรถเก๋ง MITSUBISHI MIRAGE สีขาว ทะเบียน กม 4126 กระบี่ ซึ่งได้รับความเสียหายเพิ่มเติม
รวมทั้งยังมีทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย ได้แก่ เสาไฟฟ้าและป้ายสัญญาณจราจรบริเวณจุดเกิดเหตุ
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า รถกระบะอีซูซุขับมาด้วยความเร็ว ก่อนจะเฉี่ยวชนเกาะกลางถนนและเสียหลักพุ่งเข้าชนรถที่จอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่เป็นจำนวนหลายคันจนเกิดความเสียหายหนัก ผู้ขับขี่ให้การว่าเดินทางมาจากจังหวัดภูเก็ตมุ่งหน้าไปจังหวัดชุมพร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพยายามชะลอรถแต่ไม่สามารถหยุดได้ โดยอ้างว่าเบรกไม่ทำงาน
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์และตรวจสารเสพติดในร่างกายผู้ขับขี่แล้ว ไม่พบความผิดปกติ อย่างไรก็ตามผู้ขับขี่รับสารภาพว่าไม่ได้ตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย และประสานบริษัทประกันภัยเพื่อเยียวยาความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกัน เทศบาลตำบลทับปุดได้จัดเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าพื้นที่ เพื่อเคลียร์เศษซากรถ ทำความสะอาดถนน และเร่งซ่อมแซมเสาไฟฟ้าและป้ายสัญญาณจราจร เพื่อคืนสภาพการจราจรให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ








