ชาวนาในพื้นที่อำเภอเมืองอ่างทอง ตัดสินใจปรับแนวทางทำเกษตรจากการทำนาเพียงอย่างเดียว มาสู่การปลูกพืชหมุนเวียนอย่าง “ผักชี” และ “ถั่วแระ” เพื่อเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณใกล้คลองลำท่าแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบกับนายประทิน สิงห์อุดร หรือ “ลุงทิน” อายุ 62 ปี เกษตรกรตำบลศาลาแดง ซึ่งเดิมทำนาข้าวกว่า 36 ไร่ แต่ในระยะหลังพบว่ารายได้ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาปุ๋ย น้ำมัน และค่าการผลิต
ลุงทิน เปิดเผยว่า หลังได้รับคำแนะนำจากลูกชายและเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จึงตัดสินใจทดลองแบ่งพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ มาปลูกผักชีและถั่วแระ โดยเริ่มต้นปลูกผักชีในพื้นที่ 3 ไร่ พร้อมติดตั้งระบบน้ำลงทุนครั้งแรกหลักหมื่นบาท แม้ต้นทุนเริ่มต้นค่อนข้างสูง แต่ลุงทินมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า เนื่องจากผักชีสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องตลอดปี และมีแนวโน้มราคาดี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ผลผลิตมีราคาสูง โดยมีการวางแผนปลูกแบบหมุนเวียน แบ่งแปลงปลูกทีละช่วงห่างกันประมาณ 15 วัน เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ไม่กระจุกตัวในช่วงเวลาเดียว
ลุงทินยังเน้นการทำเกษตรแบบธรรมชาติ ใช้มูลสัตว์ ฟางข้าวคลุมดินเพื่อลดอุณหภูมิ และลดการใช้สารเคมี รวมถึงใช้เชื้อรา “ไตรโครเดอร์มา” เพื่อควบคุมโรคในดิน ช่วยให้พืชแข็งแรง ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ด้านนายสุรพงษ์ เนตรพระ เกษตรจังหวัดอ่างทอง ระบุว่า ลุงทินเป็นตัวอย่างเกษตรกรที่ปรับตัวได้ดี โดยมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมการใช้เกษตรอินทรีย์และการบริหารจัดการแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่นางวินดา เหลี่ยมสมบัติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า หากประสบความสำเร็จ จะใช้แปลงดังกล่าวเป็นศูนย์เรียนรู้ให้เกษตรกรในพื้นที่เข้ามาศึกษา เพื่อส่งเสริมการปรับเปลี่ยนจากนาข้าวเดี่ยวไปสู่พืชหมุนเวียน ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้และความมั่นคงทางอาชีพในระยะยาว








