เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หลังกรณี “น้องนัททิว” เด็กชายวัย 7 ขวบ หายตัวจากบ้านหลายวัน ก่อนถูกพบเป็นศพในสระน้ำกลางป่าอ้อย บ้านหนองกาโนนสิมมา ตำบลบ้านจันทน์ อำเภอบ้านดุง เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 โดยสาเหตุการเสียชีวิตยังคงเป็นที่สงสัยของชาวบ้านบางส่วน
ล่าสุด นายประมวล อายุ 44 ปี พ่อเลี้ยงของน้องนัททิว ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชน หลังมีกระแสข่าวว่าไม่ได้ไปดูจุดเกิดเหตุ โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อการนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อน
นายประมวลชี้แจงว่า ในช่วงเวลาที่พบร่างเด็ก ตนได้พาภรรยาไปโรงพยาบาล เนื่องจากภรรยาเกิดอาการเป็นลม และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยภายหลังว่าได้พบตัวน้องแล้ว ซึ่งตนยอมรับว่าได้สอบถามถึงลักษณะศพ และถามว่าหากส่งชันสูตรจะสามารถระบุเวลาการเสียชีวิตได้หรือไม่ เนื่องจากต้องการทราบข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ได้มีข้อสงสัยเรื่องการฆาตกรรมแต่อย่างใด
พ่อเลี้ยงยืนยันหนักแน่นว่า เชื่อว่าน้องนัททิวเสียชีวิตจากการจมน้ำ พร้อมตั้งคำถามถึงกระแสข่าวที่กล่าวหาว่าตนไม่ไปดูศพ โดยระบุว่าตนอยู่โรงพยาบาลในขณะนั้น และภายหลังได้ไปยังจุดเกิดเหตุเช่นกัน สำหรับประเด็นพฤติกรรมของเด็ก เจ้าตัวยอมรับว่าน้องนัททิวมีนิสัยซุกซนและอาจพูดจาไม่เหมาะสมในบางครั้ง แต่ยืนยันว่าการสั่งสอนใช้เพียงการตีที่ขา ไม่เคยใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ส่วนเรื่องที่น้องไปเข้าฝันกู้ภัยบอกว่า ช่วยผมด้วยผมไม่ได้จมน้ำตาย ตนก็ไม่แน่ใจ แต่ก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าจะเอาชีวิตเอาชีวิตเด็กไปทำไมมีแรงจูงใจ และจะทำเพื่ออะไร เด็กไม่มีทรัพย์สินอะไร หรือเด็กใช้คำพูดไม่ดีจึงต้องเอาชีวิตเด็กตัวแค่นี้
ขณะเดียวกัน ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เพิ่มเติม เมื่อมีอาสาสมัครกู้ภัยวัย 17 ปี ระบุว่า ฝันเห็นน้องนัททิวมาขอความช่วยเหลือ พร้อมบอกว่า “ไม่ได้จมน้ำตาย” และชี้ไปยังบุคคลหนึ่งในความฝัน อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าไม่สามารถจดจำใบหน้าบุคคลดังกล่าวได้
ทั้งนี้ เหตุการณ์ยังสร้างความสับสนและข้อสงสัยในสังคม ขณะที่ครอบครัวยืนยันให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ต่อไป








