วันที่ 26 เม.ย.69 จากกรณีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คว่า “อ่านให้จบระวังมิจฉาชีพด้วยนะครับ...#ขออนุญาตใช้โพสต์นี้ตามหาลูกของคุณยายแก้วนะครับ...#ในความเข้าใจของผมคือลูกแก ติดต่อแกไม่ได้(ให้ทักส่วนตัวมาที่ผมก็ได้หรือติดต่อคนที่ดูแลยายซึ่งคนที่ดูแลยายเขาบอกว่าติดต่อลูกของยายไม่ได้เลย) #ขอย้ำว่าไม่ได้ต้องการรับบริจาคใดๆให้คุณยายเพียงแต่ต้องการประสาน.ตามหาลูกของคุณยายครับ...#ยายติดเตียงมาพักใหญ่แล้วครับ...คนที่ดูแลเป็นหลานห่างๆและเป็นเหมือนเหลนสะใภ้ครับ... #ขออนุญาตไม่แจ้งพิกัดคุณยายนะครับเพราะถ้าหลานที่ติดยารู้จะมาทำร้ายร่างกายคุณยายเพื่อจะเอาเงินอีก”
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังห้องแถวแบ่งให้เช่า ไม่มีเลขที่ ในเขตพื้นที่ ชุมชนเกาะลอย ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งเป็นห้องเช่าเล็กๆ ภายในว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะเล็กที่วางชามข้าว และปิ่นโตที่ใส่อาหารมากิน พร้อมด้วยนมกล่องอีก 2-3 กล่อง และโต๊ะที่วางยา และอุปกรณ์ในการทำแผล ข้างผนังห้องพบหญิงวัย 85 ปีนอนสวมแพมเพิร์ส และเสื้อคอกระเช้าลายดอก อยู่บนเตียง ไม่สามารถขยับตัวได้ ทราบชื่อยายแก้ว ซึ่งทุกวันนี้ยายแก้ว ต้องอาศัยอยู่ภายในบ้านเช่าเพียงลำพังคนเดียว จะมีก็เพียงหลานคนเล็ก ลูกของลูกสาวยายแก้วที่เสียชีวิตไปแล้ว เข้ามาคอยดูแล คอยเอาข้าว เอาน้ำ เอายาให้กิน และเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ และหลานที่เป็นลูกของน้องชาย ยายแก้วเข้ามาดูแลเก็บกวาดบ้านให้ และนำข้าวมาให้บ้างเป็นบางครั้ง แต่ในวันที่ 1 พฤษภาคม นี้หลานคนดังกล่าว ซึ่งเป็นหลานที่คอยดูแลหลัก จะต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ ที่ดอนเมือง จึงทำให้ไม่มีคนคอยดูแลต่อ จะมีก็เพียงหลานลูกของน้องชายจะเข้ามาดูแลได้ในบางครั้งเพียงเท่านั้น ทุกวันนี้ยายแก้ว เป็นแผลกดทับอยู่ที่บริเวณสะโพก และหลัง ต้องคอยกินยาความดัน และไขมันอุดตันในเส้นเลือด
เดิมทียายแก้วมีลูกด้วยกัน 3 คนประกอบด้วยนางราณี (เสียชีวิตแล้ว) นายอนันต์ (ลูกชาย)ติดต่อไม่ได้ และนายอนุวัฒน์ (ลูกชาย) ติดต่อไม่ได้ หลังจากที่นางราณี ได้เสียชีวิตลง โดยยายแก้ว ได้อาศัยอยู่กับ หลานทั้ง 3 คนซึ่งเป็นลูกของนางราณี ประกอบด้วยนายเอ (นามสมมติ) ติดยาเสพติด นายบี (นามสมมติ) ติดยาเสพติด และนายซี (นามสมมติ) กำลังไปเป็นทหารเกณฑ์) จากนั้นนายบี หลานทาสยาได้เข้ามาทุบตี ทำร้ายร่างกายยายแก้ว เพื่อขอเงินไปเสพยา จนชาวบ้านเห็นทนไม่ไหวต้องพายายแก้ว หนีหลานทาสยาออกมาเช่าบ้านอยู่ในที่ดังกล่าว ส่วนลูกชายทั้ง 2 ของยายแก้วก็ไม่เคยกลับมาหาเลย ซึ่งทางญาติๆพยายามติดต่อแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้
สอบถามยายแก้ว เล่าว่าตอนนี้ตนเองรู้สึกคิดถึงลูกชายของตนเองทั้ง 2 คนมาก ซึ่งลูกชายทั้ง 2 ของตนเองไม่เคยมาหาตนเลย มีเพียงเมียนายอนันต์ ที่ส่งเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง เดือนละ 1,500 บาท แต่นานอนันต์ และนายอนุวัฒน์ ไม่เคยมาหาตนเลย ตอนนี้ตนเองอยากให้ลูกทั้ง 2 เข้ามาหาตนบ้าง ก่อนที่ตนเองจะตายไป ยายแก้ว เล่าเสริมว่า ตอนที่หลานทาสยาทำร้ายตนเองโดยการตีที่หัวเข่า ตนเองก็ร้องขอว่าอย่าทำร้ายตนเองเลย ทำให้ตนเองต้องหนี ตอนนี้รู้สึกปวดขามาก
ด้านลูกของน้องชายยายแก้ว เล่าว่า ถ้าตนเองว่างจากงานก็จะเข้ามาช่วยเก็บกวาดบ้าน เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ส่วนด้านอาหารการกินก็จะมีพี่ๆ น้องๆของยายเข้ามาช่วย และถ้าตนเองเสร็จจากงานภายในบ้านก็จะเข้ามาดูแลเก็บกวาดบ้านให้ ซึ่งตนเองก็ไม่มีเวลาทำให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในบางครั้งก็จะมี อสม.เข้ามาช่วยดูแลบ้าง ซึ่งตอนนี้ตนเองไม่ต้องการความช่วยเหลือไดๆ อยากให้ยายได้เจอหน้าลูกๆแค่นั้นเอง รับบริจาคอะไรตนเองก็ไม่เอา อยากให้เจอลูกมากกว่า
ด้านนายซี เล่าว่าตนเอง และพี่ชายอีก 2 คน ที่ติดยาเป็นหลานยาย โดยอาศัยอยู่กับยาย โดยยายเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ส่วนที่ตนเองต้องพายายมาอยู่ที่บ้านเช่าในที่นี้เนื่องจากว่า พี่ชายของตนคนกลางได้ทำร้ายร่างกายยาย จึงได้พายายหนีมาอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ตนเองต้องคอยมาดูแลยาย โดยเปลี่ยนแพมเพิร์สให้ และหาข้าว หายาให้กิน บางวันก็มานอนเป็นเพื่อนอยู่กับยาย แต่วันที่ 1 พ.ค.ที่จะถึงนี้ตนเองต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ ที่ดอนเมือง จึงรู้สึกเป็นห่วงที่จะไม่มีใครเข้ามาดูแลยาย ตนเองอยากฝากบอกน้าชายทั้ง 2 คนให้เข้ามาดูยายสักครั้ง ซึ่งหลายปีมาแล้วยายยังไม่เคยเจอหน้าน้าชายทั้ง 2 คนเลย ส่วนเงินที่ตนเองเอามาดูแลยาย ก็ได้จากที่ตนเองไปรับจ้างร้านซักรีด โดยได้เงินเดือนละ 1,500 บาท และรายอาทิตย์อีกอาทิตย์ละ 200 บาท ที่ตนเองต้องเข้ามาดูแลยายเนื่องจากว่าตนเองเป็นห่วงยาย และยายก็เลี้ยงตนเองมาตั้งแต่เป็นเด็ก








