ข่าวภูมิภาค

ไฟไหม้บ่อขยะสงขลา 100 ไร่ ควันพิษคลุมเมือง ชาวบ้านเดือดร้อนหนักหายใจไม่ออก

แชร์ข่าว

เกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะพื้นที่ 100 ไร่ ปริมาณขยะกว่า 200,000 ตัน ในพื้นที่เทศบาลนครสงขลา ควันดำลอยปกคลุมหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านหายใจลำบาก แสบจมูก ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 10–20 คันเข้าควบคุมเพลิง ด้านชาวบ้านหวั่นกระทบสุขภาพระยะยาว

วันที่ 23 เม.ย.69 มีรายงานว่า เกิดเพลิงไหม้ ขยะที่อยู่ภายในบ่อขยะ ในพื้นที่โรงงานกำจัดวัสดุที่ใช้แล้วและผลิตปุ๋ยธรรมชาติ ของเทศบาลนครสงขลา ที่อยู่ในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ทำให้มีกลุ่มควันสีดำ ลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนถูกกระแสลม พัดลอยข้ามหมู่บ้านและภูเขา ไปในพื้นที่เทศบาลนครสงขลา และพื้นที่ตำบลเกาะยอ ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นบนท้องถนนลดลง เนื่องจากมีหมอกควันปกคลุม

ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ก็พบว่า เทศบาลนครสงขลา ได้ระดมรดน้ำและรถดับเพลิง จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ใกล้เคียง และของทัพเรือภาค 2 เข้าฉีดน้ำ ควบคุมเพลิงตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ตรงกลาง ทำให้ควบคุมเพลิงได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีกลุ่มควัน ขณะที่พื้นที่ขอบบ่อขยะ ยังพบว่ามีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนทิศทางในการนำรดน้ำเข้าไปดับเพลิง

ส่วนในหมู่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา ที่อยู่หลังบ่อขยะดังกล่าว ก็มีกลุ่มควันลอยปกคลุมหมู่บ้านทำให้ชาวบ้าน ที่อาศัย อยู่ภายในบ้านและพ่อค้าแม่ค้าตามร้านค้าร้านอาหารต้องนำหน้ากากอนามัย มาใส่เพื่อป้องกันควันพิษ​ โดยน.ส.สุนิสา ชาวบ้านคนหนึ่งที่มาซื้อก๋วยเตี๋ยว ก็บอกว่า ขณะนี้เหม็นและแสบจมูกมาก จนหายใจไม่ค่อยออก ซึ่งเช้าวันนี้ตนออกจากบ้านมาทำงานก็เห็นควันลอยขึ้นฟ้าแล้ว และขณะนี้แม้ใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็เอาไม่อยู่

ขณะที่ นายอุทัย ปานมณี พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวในหมู่ 2 ต.เกาะแต้ว บอกว่า เพลิงไหม้บ่อขยะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางดึก กระทั่งช่วงเช้าก็ลุกลามไหม้เป็นวงกว้าง กระแสลมพัดควันปกคลุมในพื้นที่เทศบาลนครสงขลาและเกาะยอ ​ ก่อนที่ช่วงเที่ยง กระแสลมก็พัดควันย้อนปกคลุมหมู่บ้านอีกครั้ง ทำให้ขณะนี้เริ่มหายใจไม่สะดวก มีอาการแสบจมูก เพราะกลิ่นควันเป็นกลิ่นไหม้พลาสติก จนต้องใส่แมสก์ และเหตุที่เกิดขึ้นทำให้กังวลว่า เพลิงไหม้บ่อขยะจะลุกลามไหม้หลายวัน

ด้านนาย ธนกฤต ดำชะเอี้ยง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.เกาะเเแต้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้นำหมู่บ้าน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านป้องกันตัวเอง โดยสวมใส่แมสก์ป้องกันควัน และปิดประตูบ้านหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อป้องกันควันไฟที่เริ่มพัดเข้าบ้านจนพักอาศัยไม่ได้ ซึ่งเหตุนี้ก็ทำให้กังวล​ว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ส่วนสาเหตุเกิดจากขยะจากน้ำท่วมใหญ่ และขยะที่ตกค้างหมักหมมมานานหลายปี เมื่ออากาศร้อน ก็ทำให้เพลิงลุกไหม้ได้

ล่าสุดจากการสอบถาม นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดเผยว่า ขยะที่เพลิงลุกไหม้เป็นขยะจากน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2568 มีน้ำหนักราว 200,000 ตัน ที่ อบจ.สงขลา ขนย้ายมาทิ้งไว้ ในพื้นที่ 200 ไร่ และไหม้ไปแล้ว 100 ไร่ ซึ่งไม่ใช่ชยะของเทศบาลนครสงขลา แต่ อบจ.สงขลา มาใช้พื้นที่ของเทศบาลนครสงขลา ทิ้งขยะในบ่อขยะเก่าเท่านั้น จึงถือว่า ขยะกองนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.สงขลา แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้น เทศบาลนครสงขลา ก็ประสานงานกับเทศบาลตำบลเกาะแต้ว รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง และ ฐานทัพเรือสงขลา  ทัพเรือภาค 2 นำรถดับเพลิง รถน้ำ เข้าดับเพลิงมากกว่า 10-20 คัน จนควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เพลิงลุกลามได้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ฉีดน้ำเลี้ยงไว้ ไม่ให้เพลิงปะทุขึ้นมาอีก ส่วนสาเหตุของเพลิง เกิดจากขยะที่หมักหมม และขยะบางชิ้นก็ไวไฟ เช่น ไฟแช็ก เมื่ออากาศร้อน ก็ระเบิดแล้วเพลิงลุกไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง 

สำหรับบ่อขยะแห่งนี้ ช่วงต้นเดือนก็เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว แต่ก็ควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะมีการสั่งการให้รดน้ำแสตนบายด์ตลอดเวลา และครั้งนี้ก็ลุกลามไหม้เป็นวงกว้าง จนมีกลุ่มควันลอยเหห็นได้จากระยะไกล ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนน และชาวบ้านต่างตกใจ ซึ่งขยะในพื้นที่เทศบาลนครสงขลา ขณะนี้มีการนำเข้าโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย ที่อยู่ด้านหลังบ่อขยะเก่าที่เพลิงไหม้  และไม่มีการนำมาทิ้งที่บ่อขยะนี้มานานแล้ว

ข่าวแนะนำ