ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน
ปัญหาการลักลอบตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มักเป็นประเด็นที่สร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะไม้พะยูงและไม้ประดู่ ซึ่งเป็นไม้ที่มีมูลค่าสูงในตลาดมืด การลักลอบตัดมักดำเนินการในช่วงเวลากลางคืนหรือช่วงที่มีพายุฝนเพื่อกลบเสียงเลื่อยยนต์ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการตัดและแปรรูปเบื้องต้นมีการใช้รถกระบะดัดแปลงหรือรถขนส่งสินค้าเพื่ออำพรางไม้ที่ถูกตัด โดยมักมี "รถนำ" เพื่อตรวจสอบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ภ.จว.สุรินทร์ "บิ๊กแบน" พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ มอบหมายให้ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์, พ.ต.ท.ประยุทธ สอนสวาท รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ ,พ.ต.ต.สมศักดิ์ พันตาแสง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ พร้อมชุด ปทส.กก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ โดยมี ร.ต.ต.ธวัช เจนรอบ รอง สว.กก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ และ จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ ทศพร ผบ.หมู่ กก.สืบสวน ภ.จว.สุรินทร์ ร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว กอ.รมน.ภาค2 ส่วนแยก2 กกล.สุรนารี , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สร.2 และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม สืบเนื่องจากการจับกุมดำเนินคดีอาญาที่ 131/2569 ยึดทรัพย์ที่ 82/2569 ลงวันที่ 4 เมษายน 2569 ที่บริเวณทางทิศตะวันตกเฉียงใต้บ้านตะมาดปวง ห่างประมาณ 2 กิโลเมตร หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านไทร อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ พิกัด 48P 349511 UTM 1621197 กรณีร้องเรียน การทำไม้ในเขต สปก. ไม่มีเอกสารการได้มาตามประมวลกฎหมายที่ดิน จากการตรวจสอบพบต้นไม้ถูกตัด จำนวน 96 ต้น เป็นชนิดไม้สะแบง ไม้ประดู่ ไม้กระบก ไม้ยอป่า ไม้รกฟ้า ไม้มะค่าแต้ ไม้มะม่วงป่า ไม้พลวง ไม้เหียง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามตาม พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2530 โดยพบต้นไม้ที่ถูกตัดมีสภาพสดใหม่ล้มลงคาตอ โดยมี นายอุดมพร ธงชัย กับนาย อนิรุทธิ์ หวังสม มอบเอกสารโดยอ้างว่าพื้นที่ที่ตัดต้นไม้มีเอกสาร นส.3 ก ชื่อผู้ครอบครอง นางสุนีย์ พูดเพราะ โดย เนื้อที่ที่มีการตัดต้นไม้ จำนวน 40-1-91 ตร.ว. ซึ่งเอกสารสิทธิ์ที่นำแสดงต่อเจ้าหน้าที่ มีเพียง 24ไร่ ไม่ครอบคลุมพื้นที่ตัดไม้ทั้งหมด จึงมีข้อสงสัย คณะเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจสอบ
วันที่ 17-18 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ สปก.ตรวจสอบแล้ว พบเป็นความผิดจริง คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจยึดไม้ในที่ไม่มีเอกสารสิทธินี้ไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
ได้ร่วมกันตรวจยึดไม้ของกลาง จำนวน 22 ตอ จำนวน 23 ท่อน ดังนี้
ตอที่ 1 เป็นไม้สะแบง อยู่ที่พิกัด 349529E 1621489N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 820 เซนติเมตร ความโต 95 เซนติเมตร
ตอที่ 2 เป็นไม้สะแบง อยู่ที่พิกัด 349532E 1621478N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 648 เซนติเมตร ความโต 135 เซนติเมตร
ตอที่ 4 เป็นไม้สะแบง อยู่ที่พิกัด 349527E 1621443N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 620 เซนติเมตร ความโต 125 เซนติเมตร
ตอที่ 5 เป็นไม้สะแบง อยู่ที่พิกัด 349549E 1621444N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 880 เซนติเมตร ความโต 175 เซนติเมตร
ตอที่ 6 เป็นไม้กระบก อยู่ที่พิกัด 349589E 1621395N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 780 เซนติเมตร ความโต 180 เซนติเมตร
ตอที่ 7 เป็นไม้กระบก อยู่ที่พิกัด 349527E 1621408N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 430 เซนติเมตร ความโต 155 เซนติเมตร
ตอที่ 11 เป็นไม้มะค่าแต้ อยู่ที่พิกัด 349502E 1621413N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 440 เซนติเมตร ความโต 125 เซนติเมตร
ตอที่ 12 เป็นไม้สะแบง อยู่ที่พิกัด 349485E 1621385N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 880 เซนติเมตร ความโต 95 เซนติเมตร
ตอที่ 13 เป็นไม้สะแบง อยู่ที่พิกัด 349488E 1621380N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 1,120 เซนติเมตร ความโต 100 เซนติเมตร
ตอที่ 14 เป็นไม้สะแบง อยู่ที่พิกัด 349532E 1621385N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 1,540 เซนติเมตร ความโต 111 เซนติเมตร
ตอที่ 16 เป็นไม้กระบก อยู่ที่พิกัด 349545E 1621382N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 340 เซนติเมตร ความโต 165 เซนติเมตร
ตอที่ 18 เป็นไม้รกฟ้า อยู่ที่พิกัด 349527E 1621408N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 430 เซนติเมตร ความโต 155 เซนติเมตร
ตอที่ 26 เป็นไม้มะม่วงป่า อยู่ที่พิกัด 349508E 1621366N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 530 เซนติเมตร ความโต 165 เซนติเมตร
ตอที่ 40 เป็นไม้พลวง อยู่ที่พิกัด 349606E 1621227N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 750 เซนติเมตร ความโต 140 เซนติเมตร
ตอที่ 42 เป็นไม้พลวง อยู่ที่พิกัด 349576E 1621194N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 640 เซนติเมตร ความโต 120 เซนติเมตร
ตอที่ 43 เป็นไม้พลวง อยู่ที่พิกัด 349583E 1621188N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 680 เซนติเมตร ความโต 105 เซนติเมตร
ตอที่ 78 เป็นไม้ประดู่ อยู่ที่พิกัด 349562E 1621115N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 230 เซนติเมตร ความโต 80 เซนติเมตร
ตอที่ 80 เป็นไม้เต็ง อยู่ที่พิกัด 349588E 1621126N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 670 เซนติเมตร ความโต 180 เซนติเมตร
ตอที่ 81 เป็นไม้กระบก อยู่ที่พิกัด 349579E 1621130N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 540 เซนติเมตร ความโต 170 เซนติเมตร
ตอที่ 83 เป็นไม้เต็ง อยู่ที่พิกัด 349567E 1621137N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 660 เซนติเมตร ความโต 100 เซนติเมตร
ตอที่ 84 เป็นไม้รกฟ้า อยู่ที่พิกัด 349554E 1621134N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 460 เซนติเมตร ความโต 105 เซนติเมตร
ตอที่ 88 เป็นไม้พลวง อยู่ที่พิกัด 349564E 1621082N มีไม้จำนวน 1 ท่อน ยาว 650 เซนติเมตร ความโต 105 เซนติเมตร รวมเป็นไม้ทั้งสิ้นจำนวน 23 ท่อน ปริมาตร 20.268 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นเงินค่าภาคหลวง 719.30 บาท คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 234,247.50 บาท โดยใช้ดวงตรา ต.9669 ย.696 เลขเรียง 03-25 ปีย่อ 69 ตีประทับไว้ที่หน้าตัดของไม้ทุกท่อน
โดยกล่าวหาว่า มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 11,69 ฐาน “ร่วมกันทำไม้หวงห้าม ร่วมกันมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป ไว้ในครอบครองโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือตรารัฐบาลขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปราสาท เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป







