ประจวบคีรีขันธ์เร่งรับมือพลังงานแพง ดัน “รถพุ่มพวง” ลดค่าครองชีพ พร้อมมาตรการรัฐช่วยเหลือประชาชน ภาคขนส่ง และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสิน
วันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสิงขร ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อภิญญา เอี่ยมอำภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อเศรษฐกิจในหลายภาคส่วนของจังหวัด โดยที่ประชุมได้รายงานมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเร่งด่วน
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 13 เมษายน ถึง 12 พฤษภาคม 2569 ซึ่งในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีผู้ได้รับสิทธิรวม 73,059 คน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งและรถโดยสารสาธารณะเป็นเวลา 42 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2569 โดยเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” ภายในวันที่ 24 เมษายน 2569
ขณะเดียวกัน ธนาคารออมสิน ได้ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวม 100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการและประชาชน โดยจัดสรรวงเงิน 5,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดต้นทุนในระยะยาว
สำหรับภาคประมง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น พบว่า เรือประมงพาณิชย์จำนวน 559 ลำ หยุดออกเรือประมาณ 20% ขณะที่เรือประมงพื้นบ้านจำนวน 3,245 ลำ หยุดประมาณ 15% แม้ว่าปริมาณน้ำมันยังเพียงพอ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระมากขึ้น โดยสมาคมการประมงได้เสนอให้ภาครัฐพิจารณามาตรการตรึงราคาน้ำมันเขียวเพื่อบรรเทาผลกระทบ
ในด้านการลดค่าครองชีพของประชาชน จังหวัดได้เร่งขับเคลื่อนโครงการ “รถพุ่มพวง” ภายใต้โครงการธงฟ้า โดยมอบหมายให้ทุกอำเภอสำรวจผู้ประกอบการรถเร่จำหน่ายสินค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ และส่งข้อมูลให้สำนักงานขนส่งจังหวัดภายในวันที่ 23 เมษายน 2569 เพื่อเสนอกรมการขนส่งทางบกพิจารณา
สำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับการสนับสนุนค่าน้ำมันเดือนละ 3,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน พร้อมทั้งได้รับส่วนต่างจากการจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัด เช่น ไข่ไก่ราคาขายส่งแผงละ 90 บาท จำหน่ายให้ประชาชนในราคา 110 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดที่อยู่ประมาณ 120 บาท รวมถึงยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่น ๆ จำหน่ายในราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน
เบื้องต้นคาดว่า ผู้ค้ารถพุ่มพวงที่เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้เฉลี่ยวันละ 400–500 บาทต่อคัน ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังคงผันผวน
ข่าวภูมิภาค
ประจวบฯ เร่งรับมือพลังงานแพง ดัน “รถพุ่มพวง” ลดค่าครองชีพ ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง
แชร์ข่าว







