ข่าวภูมิภาค

จับแก๊งลักสายไฟข้ามจังหวัด! ตร.สามพรานรวบ 3 ผู้ต้องหา ชาวกรุงหนี 1 ทำมืดทั้งตำบล 2 คืนติด

แชร์ข่าว


ตำรวจสามพรานรวบแก๊งลักสายไฟข้ามจังหวัดจากกรุงเทพฯ 3 ราย หนี 1 หลังตัดสายไฟส่องสว่างเกือบ 100 เมตร ทำมืดทั้งตำบล 2 คืนติด สารภาพนำไปขายร้านของเก่า

วันที่ 21 เมษายน 2569 ที่ สภ.สามพราน จ.นครปฐม พ.ต.อ.ทรงวุฒิ เจริญวิชยเดช ผู้กำกับการ สภ.สามพราน พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพรัตน์ หนูชาวนา สว.สส.สภ.สามพราน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายมังกร (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี น.ส.ณัฐพร (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี และนายอดุลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ในคดีร่วมกันลักทรัพย์สาธารณะ หลังตระเวนตัดสายไฟส่องสว่างในพื้นที่ตำบลสามพราน

การจับกุมครั้งนี้สามารถยึดของกลางได้หลายรายการ อาทิ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทา-แดง หมายเลขทะเบียน 3 ขฌ 6465 สายไฟที่ปลอกเปลือกเหลือเฉพาะทองแดงน้ำหนักประมาณ 12 กิโลกรัม คีมตัดเหล็ก คีมปากแหลม มีดคัตเตอร์ และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้บริเวณหน้าบ้านพักในซอยเพชรเกษม 106 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ นายอนันต์ หรือ “ต้น” อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง ได้อาศัยจังหวะหลบหนีด้วยการกระโดดเข้าป่าหญ้าไปได้ อยู่ระหว่างการติดตามตัว

คดีนี้สืบเนื่องจากในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 18 และ 19 เมษายน 2569 ได้เกิดเหตุคนร้ายลักตัดสายไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่ตำบลสามพราน ความยาวเกือบ 100 เมตร สร้างความเสียหายมูลค่าประมาณ 40,000 บาท ส่งผลให้พื้นที่มืดสนิทและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งตำบล

ต่อมา นายบุญสม จรดล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามพราน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานให้เจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.สามพราน ก่อนที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง

จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 4 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่ข้ามพื้นที่จากกรุงเทพมหานครมาก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ก่อนหลบหนีไป ภายหลังการจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพว่า ถูกนายอนันต์ชักชวนให้ร่วมก่อเหตุ โดยนายมังกรและ น.ส.ณัฐพร เป็นผู้นำสายไฟที่ลักมาได้ไปขายยังร้านรับซื้อของเก่าในซอยเพชรเกษม 81 ได้เงินจำนวน 4,440 บาท ส่วนสายไฟอีกส่วนไม่ทราบว่านายอนันต์นำไปขายที่ใด
ขณะที่นายอดุลย์ ให้การว่า ได้รับส่วนแบ่งเพียง 500 บาทเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดหรือหลบหนี” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป