ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะ แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ภายหลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา ที่เก็บพักยาเสพติดกลุ่มเครือข่าย “แบงค์ เพชรบูรณ์” ที่ดำเนินการเข้าจับกุม ระหว่างวันที่ 13–14 เมษายนที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ยึดยาบ้ากว่า 9.5 ล้านเม็ด
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พร้อมคณะ แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ จ.พระนครศรีอยุธยา โดย นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มอบให้ นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะ เข้าร่วมการแถลงข่าว การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ อ.อุทัย ภายหลังเจ้าหน้าที่ในสังกัด ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่เก็บพักยาเสพติดกลุ่มเครือข่าย “แบงค์ เพชรบูรณ์” ที่ดำเนินการเข้าจับกุม ระหว่างวันที่ 13–14 เมษายนที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้แก่ นายนรินทร์ หรือแบงค์ อายุ 38 ปี ภูมิลำเนา ต.ศาลาลาย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ นายณัฐพงษ์ หรือนุ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนา ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และนายนิพล หรือพล อายุ 30 ปี ภูมิลำเนา ต.ศาลาลาย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลาง ยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 9,582,000 เม็ด โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติด จำนวน 3 เครื่อง และตรวจยึดรถยนต์ จำนวน 3 คัน
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 1 ชุดที่ 2 นำโดย พ.ต.อ.ไกรสร ศรีอำพร ผกก.สส.ภ.จว.สระบุรี และ จนท.หน่วยข่าวกรองทางทหาร ศูนย์ปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวุฒิชัยหรือท็อป และนายธนพัฒน์หรืออั้ม พร้อมด้วยของกลางยาเสพติดจำนวนประมาณ 5,500,000 เม็ด และจากการขยายผลการจับกุมคดีดังกล่าว พบว่ามีกลุ่มเครือข่ายโกดังยาเสพติด แบงค์ เพชรบูรณ์ ที่ยังทำหน้าที่พักยาเสพติด และนำยาเสพติดส่งมอบให้กับกลุ่มผู้รับในพื้นที่ตอนในของประเทศไทย
จนกระทั่งวันที่ 13 เมษายน 2569 พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว และสามารถจับกุม นายนรินทร์หรือแบงค์ นายณัฐพงษ์หรือนุ และนายนิพลหรือพล ได้พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 49 กระสอบ (ประมาณ 9,582,000 เม็ด) มูลค่า 2,000,000 บาท ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านเลขที่ 34/4 หมู่ 3 ต.เสนา อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเป็นผลจากการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ “นายท็อป” ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 5 ล้านเม็ด จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีติดต่อรับงานผ่านเว็บไซต์ โดยทำหน้าที่เป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ มาพักไว้ในบ้านเช่าภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรอคำสั่งกระจายไปยังพื้นที่ต่างๆ จากการสอบสวนผู้ต้องหารายหนึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติดครั้งละประมาณ 30,000 บาท
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหามีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เข้ามาเช่าบ้านในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอ้างประกอบอาชีพจำหน่ายมะขามหวาน เพื่ออำพรางพฤติการณ์ในการลักลอบขนย้ายและพักยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนขยายผล ไปยังผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงเตรียมดำเนินมาตรการตามกฎหมาย ในการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป
ด้านนายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เน้นย้ำให้ กำนัน - ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชน ในพื้นที่ ร่วมกันสอดส่องดูแล หากพบบุคคลแปลกหน้าหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย โดยเฉพาะการเช่าบ้านพักในลักษณะที่ผิดปกติ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยทันที เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างยั่งยืน








