ภักดี วีระรันต์ / รายงาน
เบื้องหลังป้ายรับสมัคร "พนักงานเสิร์ฟ" ในร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้รั้วสถานศึกษาใน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ใครจะเชื่อว่าคือประตูสู่ขบวนการค้ามนุษย์และการมั่วสุมยาเสพติด เมื่อเหยื่อสาวรายหนึ่งรวบรวมความกล้าหนีตายออกมาแฉความฟอนเฟะของ "นรกบนดิน" ที่เปิดเย้ยกฎหมาย พร้อมเสียงวอนขอความช่วยเหลือให้กับเพื่อนผู้หญิงอีกหลายชีวิตที่ยังถูกกักขังอยู่ภายใน จาก "งานสุจริต" สู่ "การบังคับค้าประเวณี" นางสาวน้อย (นามสมมติ) หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดใจเล่านาทีชีวิตหลังจากหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อให้มาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เมื่อก้าวเท้าเข้าไปกลับถูกยึดอิสรภาพและบังคับให้รับแขกเพื่อค้าประเวณีอย่างไม่เต็มใจ
นางสาวน้อย กล่าวว่า"หนูคิดว่าจะมาทำงานหาเงินเลี้ยงตัว แต่พอมารู้ตัวอีกทีเขาก็บังคับให้ทำเรื่องพวกนั้น มันถอยหลังไม่ได้ เพราะเจ้าของร้านมีอิทธิพลและข่มขู่ตลอดเวลา" แถมข้างร้านมีการมั่วยาเสพติดและสถานบริการเถื่อน
ข้อมูลจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ร้านอาหารแห่งนี้อาจเป็นเพียง "ฉากหน้า" เพราะจากการบอกเล่าของผู้ที่หนีออกมาได้ ระบุชัดเจนว่าภายในมีการ มั่วสุมเสพยาเสพติด และเปิดให้บริการโดย ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ที่ถูกต้อง รวมถึงชื่อร้านที่ใช้ก็เป็นการตั้งขึ้นมาบังหน้าเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่เสี่ย"ต." เจ้าของร้านผู้ทรงอิทธิพล เป็นเจ้าของกิจการที่เป็นคนบงการทั้งหมด ผู้เสียหายยืนยันว่ายังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่ถูกหลอกมาในลักษณะเดียวกัน และยังไม่สามารถหนีออกมาได้ เนื่องจากความหวาดกลัวต่อการถูกทำร้ายร่างกายและการใช้อิทธิพลมืดในพื้นที่ปกปิดความผิด ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากเหยื่อ"กลัว...แต่ต้องพูด"
เหตุผลที่ผู้เสียหายยังไม่กล้าเดินเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที เนื่องจากความระแวงในเรื่องความปลอดภัย และไม่มั่นใจว่า "อิทธิพล" ของเจ้าของร้านจะเอื้อมมือมาทำร้ายเธออีกหรือไม่ ความหวังเดียวในตอนนี้คือการเรียกร้องให้ หน่วยงานสอบสวนกลาง หรือ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ประเด็นที่ต้องจับตาหลังจากนี้
การตรวจสอบใบอนุญาตร้านอาหารดังกล่าวเปิดใกล้สถานศึกษาได้อย่างไร และมีการปล่อยให้มีการค้าประเวณี-ยาเสพติดจริงหรือไม่ที่สำคัญยังมีผู้หญิงกี่คนที่ถูกกักขังอยู่ข้างใน และจะมีการคุ้มครองพยานอย่างไรให้ผู้เสียหายเกิดความมั่นใจในอิทธิพลในพื้นที่ใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง "นาย ต." ที่ทำให้ร้านเถื่อนแห่งนี้กล้าเปิดเย้ยกฎหมายมาอย่างยาวนาน.. นี่คือเสียงสะท้อนจากมุมมืดของเมืองจันทรบุรี ที่รอการพิสูจน์ความจริงจากหน่วยงานรัฐ ก่อนที่จะมีเหยื่อรายต่อไปสังเวยให้กับขบวนการนี้







