ระอุหน้าตู้ชาร์จ ศึกแย่งคิวรถ EV กลางปั๊มเมืองชล พยานวอนผู้ให้บริการจัดระบบด่วน ก่อนบานปลาย
เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) บริเวณสถานีชาร์จภายในปั๊มน้ำมันย่านแยกชัยพฤกษ์ เหตุปมแย่งคิวชาร์จไฟ พยานในเหตุการณ์จี้ผู้ให้บริการเร่งจัดระเบียบ-ทำป้ายแจ้งเตือนให้ชัดเจน หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอยในช่วงเทศกาล
จากกรณี คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก JAECOO J5 THAILAND เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์โต้เถียงอย่างรุนแรงระหว่างคนขับรถแท็กซี่ไฟฟ้าและเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคล บริเวณสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกชัยพฤกษ์ ถ.สุขุมวิท (บางนา-ตราด) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยทั้งสองฝ่ายมีการชี้หน้าและใช้ถ้อยคำหยาบคายใส่กันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ก่อนจะมีพลเมืองดีเข้าช่วยระงับเหตุ
ล่าสุดวันนี้ (12 เมษายน 2569) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า สถานีชาร์จดังกล่าว มีทั้งหมด 4 ตู้ (8 หัวชาร์จ) โดยมีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่จอดรถไว้ 2 ด้าน คือด้านหน้าตู้สำหรับจอดชาร์จ และด้านหลังตู้สำหรับจอดรอคิว โดยระบบแบ่งเป็น ช่อง A1-A2: สำหรับผู้ที่ทำการจองผ่านแอปพลิเคชันล่วงหน้า ช่อง A3-A4: สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้จอง (Walk-in)
นายธนา (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี เจ้าของคลิปวิดีโอ เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 เมษายน ที่ผ่านมา ขณะที่ตนนำรถเข้าชาร์จตามคิวที่จองไว้ ได้เห็นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง โดยฝ่ายรถแท็กซี่จอดอยู่ในจุดรอชาร์จ (ด้านหลังตู้) แต่ได้ลากสายชาร์จไปใช้ ทำให้เจ้าของรถอีกคันที่มารออยู่ก่อนเกิดความไม่พอใจ จนกลายเป็นเหตุบานปลาย
"ผมอยากพูดในฐานะคนกลาง ปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความเข้าใจผิดในระเบียบการใช้พื้นที่ และอีกส่วนคือความกดดันในช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถมีจำนวนมาก" นายธนา กล่าว
ในฐานะผู้ใช้รถ EV นายธนา ได้เสนอแนะให้ทาง ปตท. หรือเจ้าของสถานีชาร์จ เร่งเข้ามาดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย เนื่องจากปัจจุบันเกิดปัญหาในลักษณะนี้บ่อยครั้ง จนเกิดคำล้อเลียนในวงการว่า "นักสู้หน้าตู้ชาร์จ" โดยควรดำเนินการดังนี้ ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ อธิบายขั้นตอนการใช้ตู้ชาร์จและจุดจอดรอให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ในช่วงเทศกาลควรมีเจ้าหน้าที่คอยแจกบัตรคิวหรือจัดระเบียบรถเพื่อลดการเผชิญหน้า จัดการกับปัญหาผู้ที่ชาร์จไฟเต็มแล้วแต่ไม่เคลื่อนย้ายรถ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้อื่นต้องรอนาน
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยพยานยืนยันว่า ควรมีการแก้ไขที่ต้นเหตุ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่านี้ในอนาคต
ภูมิภาค21








