ข่าวภูมิภาค

ทลายแก๊ง “นัท ท่าพระ” ตร.ภ.4 ยึดยาบ้ากว่า 1.1 ล้านเม็ด เตรียมปล่อยช่วงสงกรานต์!

แชร์ข่าว

ตร.ภ.4 รวบแก๊งค์ "นัท ท่าพระ" พร้อมยาบ้านับล้านเม็ด หลังลักลอบนำมาไว้ในพื้นที่เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าในช่วงสงกรานต์

 

 

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 11 เมษายน 2569 ที่ ศปก.กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยพ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงสิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4 ,พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 ,พ.ต.อ.วีระ หางนาค ผกก.สืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด  ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุมนายอภิภู หรือนัท เหมือนคล้าย อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่    291/1 ม.7  ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น,นายชินกร หรือมาร์ค ไชยสิม อายุ 28 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 313 ม.18 ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น และนายยสินทร หรือเบ็นซ์ นามพวน อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่  143 ม.7 ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 1,125,591 เม็ด ๒.ยาไอซ์ น้ำหนัก 24.9กรัม อาวุธปืนพกสั้น  1กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. 10 นัด ขณะนำยาบ้าของกลางมาส่งให้กับลูกค้าในเขต ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

พล.ต.ท.สันติ กล่าวว่า ภายหลังจากมีสายลับแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ว่า มีเครือข่ายของเสี่ยโอ ชาว สปป.ลาว จะลักลอบขนยาบ้าจากจังหวัดหนองคายมายังจังหวัดร้อยเอ็ด  จึงสั่งการให้ กก.สส.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทำการสืบสวนหาข้อมูลดังกล่าว ซึ่งทราบว่า เป็นเรื่องจริง แต่เป้าหมายเปลี่ยน เพราะเสี่ยโอเปลี่ยนเป้าหมายและเปลี่ยนจุดจัดเก็บยาบ้า จากจังหวัดร้อยเอ็ดมายังพื้นที่ตำบลท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น  จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 จับตาบุคคลที่ต้องสงสัยหรือบุคคลที่เคยถูกจับคดียาเสพติดแล้วพ้นโทษ  จนล่าสุดสายลับแจ้งมาว่า ได้รับการติดต่อจากนายนัทว่า เสี่ยโอให้รับยาบ้าล้านกว่าเม็ดไปส่งให้เครือข่ายที่จังหวัดร้อยเอ็ด แต่สายลับปฏิเสธการรับงาน จึงเชื่อว่านายนัทน่าจะให้นักบันที่เป็นเครือข่ายตัวเองรับงานดังกล่าว

ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.4 จึงได้วางกำลังไว้ตามจุดที่น่าเชื่อว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ตำบลท่าพระไปยัง จ.ร้อยเอ็ด

 " เจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ยก-7273 ขอนแก่น ขับอยู่บนถนนสายท่าพระ ไปอำเภอโกสุมพิสัย จ.มหาสารคามพื้นที่บ้านหนองโข่ย ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่กระบะท้ายรถบรรทุกกระสอบปุ๋ยสีฟ้าเอาไว้ จึงได้สกัดรถคันดังกล่าวเอาไว้ พบ นายเบนซ์กับนายไอซ์ นั่งอยู่ในรถ ส่วนกระสอบที่กระบะท้ายรถ เป็นกระสอบที่บรรจุหีบห่อยาบ้าเอาไว้ นับได้รวม 540,000 เม็ด จึงควบคุมตัวทั้ง 2 คนเอาไว้ สอบสวนขยายผล

ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การซัดทอดว่า ได้รับการว่างจ้างจากนายนัท ให้ขนยาบ้าทั้งหมดไปส่งให้เครือข่ายตามคำสั่งของเสี่ยโอ ที่จังหวัดร้อย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือองผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ก็พบว่ามีการติดต่อกับนายนัทจริง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไปตามหาตัวนายนัท ที่บ้านพักบ้านเลขที่291/1 ม.7  ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น  เมื่อพบตัวนายนัท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายนัท พบว่า มีการติดต่อกับเสี่ยโอ ชาว สปป.ลาว และติดต่อกับสายลับของตำรวจ และติดต่อกับผู้ต้องหา 2 คนจริง"

ผบช.ภ.4 กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนนายนัท ทราบว่า เคยติดคุกในคดียาเสพติดมาก่อน และได้รู้จักกับเครือข่ายของเสี่ยโอ ชาว สปป.ลาว เมื่อพ้นโทษออกมา ไม่มีงานทำ จึงได้ติดต่อกับเสี่ยโอ จนเสี่ยโอให้ทำหน้าที่เป็นคนประสานงานระหว่างเสี่ยโอ กับนักบินหรือเครือข่ายยาเสพติดที่ประเทศไทย โดยจะมีเครือข่ายของเสี่ยโอ จะลักลอบนำยาบ้าจาก สปป.ลาว ข้ามมายังประเทศไทย แล้วเครือข่ายเหล่านี้จะนำยาบ้าไปวางไว้ตามจุดต่างๆ ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยว่าจ้างนักบินไปนำยาบ้ามาเก็บไว้ รอส่งให้กับลูกค้าของเสี่ยโอ   โดยล่าสุดเสี่ยโอ นำยาบ้าเข้ามาในประเทศไทยล้านกว่าเม็ด   โดยเสี่ยโอให้ค่าจ้างในการส่งยาบ้า 1 มัด จำนวน 2,000 เม็ดราคา 700 บาท  จึงได้ให้นายเบนซ์กับนายมาร์ค ทำหน้าที่เป็นนักบิน ในการรับยาบ้ามาเก็บไว้และทำหน้าที่นักบินส่งยาบ้า ตามคำสั่งของเสี่ยโอ  โดยนายเบนซ์และรายมาร์ค จะได้ค่าจ้างคนละ 200 บาท ส่วนนายนัทได้ 300 บาท

"นายนัท ทำหน้าที่ประสานานและรับเงินค่าจ้างจากจำนวนยาบ้าที่ส่งให้ลูกค้าแต่ละครั้ง ในส่วนแบ่งมัดละ 700 รับส่วนแบ่ง 300 บาท และจะสั่งการตามคำสั่งของเสี่ยโอ  ซึ่งหลังจากจับกุม นายมาร์ค กับนายเบนซ์ ที่ทำหน้าที่จัดเก็บยาบ้า ได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจยึดยาบ้าและยาไอซ์ที่ขุดดินฝังไว้ในที่ดินชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านหนองนิยม ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น  รวมยาเสพติดที่ยึดได้จากการจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ในครั้งนี้ เป็นยาบ้า จำนวน 1,125,591 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 24.9กรัม  ซึ่งในส่วนของยาเสพติดที่ยึดได้ในครั้งนี้เชื่อได้ว่า จะนำมาขายให้ลูกค้าในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ส่วนยาไอซ์น่าจะเป็นของแถมให้ลูกค้าที่ซื้อยาบ้าในจำนวนมาก

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดทรัพย์ของนายนัท เป็นโฉนดที่ดิน 2 แปลง บ้าน  หลังมูลค่า 3,500,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท มูลค่า 400,000 บาท  รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ คาวาซากิ 1 คัน มูลค่า 150,000 บาท รถยนต์โตโยต้า ฟอจูนเนอร์ สีขาว จำนวน 1 คัน มูลค่า 3,500,000 บาท รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว จำนวน 1 คัน มูลค่า 500,000 บาท รถเก๋งยี่ห้อฟอร์ดสียบลอนด์ จำนวน 1 คัน มูลค่า 400,000 บาท และเงินสด 200,000 บาท  รวมทรัพย์สินที่ยึดจากนายนัท 6,650,000 บาท ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต่องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าพระ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป"

 

ภูมิภาค48

ข่าวแนะนำ

แชร์ข่าว