ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6,พล.ต.ต.เดชพล เปรมศิริ ผบก.สส.ภ.6, พ.ต.อ.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน ,รอง ผบก.สส.ภ.6, พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผบก.สส.ภ.6, พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส. ภ.6,พ.ต.อ.เด่นเดียว ดอนตุ้มไพรผกก.ปพ.บก.สส.ภ.6,พ.ต.ท.กิติคุณ รักแจ้ง รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6, พ.ต.ท.อัศนันท์ ธนเลิศภูวเวทย์ รอง ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6, พ.ต.ท.อลงกต ทับชม สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6
จากสืบสวนขยายผลเครือข่ายหลอกลวงเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า (สแกมเมอร์) ความเสียหายรวม 4,311,662 ล้านบาท เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน 2 ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย ได้ตรวจยึดทรัพทย์สิน จำนวน ประมาณ ทั้งสิ้น 850,000 บาท ตามรายละเอียดดังนี้ ฯ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มี นายเมธี ศุภโชคอวยชัย อายุ 75 ปี (ผู้เสียหาย) หมายเลขประจำตัวประชาชน 3-1014-02386-90-1 อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ได้มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ว่าเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงเวลากลางวัน ตนได้รับโทรศัพท์หมายเลข 062-7976078 (หมายเลขของผู้หลอกลวง) โดยได้โทรเข้ามายังหมายเลขของตน คือ 081-475232 โดยผู้ที่โทรมาได้ทำการแจ้งกับตนว่าจะได้รับเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าคืน ต่อมาได้ให้ตนแอดไลน์ แล้วให้ทำตามที่ผู้หลอกแจ้ง ผู้หลอกได้หลอกให้โอนเงินไปเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมเพื่อรอ รับเงินคืน และในวันเดียวกัน ได้มีการโอนเงินและทำธุระกรรมการเงินต่างๆ จำนวน 5 ครั้ง โดยมีจำนวนยอดเงินรวมเป็น 4,311,662 บาท หลังจากโอนเงินไปในแต่ละครั้ง ทางผู้หรอกจะขอให้ตนส่งสลิปการโอนเงินไปให้เสมอ ภายหลังจากนั้น ทางผู้หลอกยังให้ตนโอนเงินเพิ่มไปอีก ตนจึงคิดและเชื่อว่าตนเองนั้นหน้าจะถูกหลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สิน จึงหยุดการโอนและได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุและเพื่อใช้เป็นหลักฐานในครั้งนี้ กับเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ถาบุญชู ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 นำโดย พ.ต.ท.พุฒิพงษ์ สืบวงษา สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ทำการสืบสวนขยายผลจากข้อมูลที่ได้รับเพื่อหาบุคคลผู้กระทำความผิด จนพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร สามารถออกหมายจับ กลุ่มเครือข่ายที่ร่วมกันกระทำความผิดได้ 3 ราย ตามหมายจับของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ลงวันที่ 3 เมษายน 2569 ในความผิดฐาน "ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันฟอกเงิน" รายละเอียดดังนี้ ฯ วันที่ 5 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้นำหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 174/2569 ลง วันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”และได้ทำการจับกุมตัว
1.นางสาวเดือนเพ็ญ เพียท้าว (ทำหน้าที่บัญชีม้าถอนเงิน) ได้ค่าตอบแทน 5,000 บาท อายุ 38 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ 10 ตำบลเขาฉกรรจ์ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว บริเวณริมถนน หน้าบ้านเลขที่ 66 หมู่ 10 ตำบลเขาฉกรรจ์ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว
วันที่ 5 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 02.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้นำหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 175/2569 ลง วันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”และได้ทำการจับกุมตัว
2.นางสาวเสาวลักษณ์ นงค์งาม (ทำหน้าที่บัญชีม้าถอนเงิน) ได้ค่าตอบแทน 5,000 บาท อายุ 38 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 49 ถนนเทศบาล 6 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว บริเวณริมถนน หน้าบ้านเลขที่ 49 ถนนเทศบาล 6 ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
วันที่ 5 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้นำหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 176/2569 ลง วันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”และได้ทำการจับกุมตัว
3.นายวรบรรณ ปิติสิทธิ์ (ทำหน้าที่บัญชีม้าถอนเงิน) ได้ค่าตอบแทน 200 บาท อายุ 25 ปี ที่อยู่ 141/1 ม.17 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย บริเวณข้างบ้านเลขที่ 16 ม.11 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เชียงราย จ.เชียงราย
โดยทั้งหมดนั้นเป็นเจ้าของบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการเบิกถอนเงินสด จำนวน 3 ราย จากการสอบปากคำในชั้นสืบสวนจับกุม ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของผู้ต้องหาทั้ง 3 ว่ามีผู้ร่วมขบวนการหรือผู้ควบคุมอยู่อีกคือ นายเนติพงษ์ ต้นน้อย อายุ 29 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 6 ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นายภควัต หลวงจินดา (หน้าที่คุมบัญชีม้าถอนเงิน) อายุ 30 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 267 หมู่ที่ 6 ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
นายกล้าณรงค์ ประแดง (รวบรวมเงิน) อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว
นายอัครพล ท่วมไธสง (รวบรวมเงินสด) อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/1 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว
ต่อมา พ.ต.ท.พุฒิพงษ์ สืบวงษา สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ทำการสืบสวนขยายผลจากข้อมูลที่ได้รับเพื่อหาบุคคลผู้กระทำความผิด จนพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร สามารถออกหมายจับ กลุ่มเครือข่ายที่ร่วมกันกระทำความผิดได้ 4 ราย ตามหมายจับของศาลจังหวัดกำแพงเพชร ลงวันที่ 7 เมษายน 2569 ในความผิดฐาน "ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันฟอกเงิน" รายละเอียดดังนี้
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้นำหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 178/2569 ลง วันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”และได้ทำการจับกุมตัว
4.นายเนติพงษ์ ต้นน้อย (ทำหน้าที่ควบคุมบัญชีม้า) ได้ค่าตอบแทน 12,000 บาท อายุ 29 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 6 ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว บริเวณริมถนนชุมพล ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
วั
นที่ 8 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้นำหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 179/2569 ลง วันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”และได้ทำการจับกุมตัว
5.นายภควัต หลวงจินดา(ทำหน้าที่ควบคุมบัญชีม้า) อายุ 30 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 267 หมู่ที่ 6 ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว บริเวณริมถนนชุมพล ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
วันที่ 8 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้นำหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 181/2569 ลง วันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”และได้ทำการจับกุมตัว
6.นายอัครพล ท่วมไธสง(รวบรวมเงิน) ได้ค่าตอบแทน 10,000 บาท อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/1 หมู่ที่ 11 ตำบลหนองหว้า อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว บริเวณริมถนนชุมพล ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทราได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินหรือสิ่งของ รถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อ ISUZU D-Max สีเทา หมายเลขทะเบียน 5ขฉ 3962 กรุงเทพมหานคร ของนายอัครพล ท่วมไธสง
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 ได้จับผู้กระทำผิด 3 ราย ยังเหลืออีก 1 ราย คือนายกล้าณรงค์ ประแตง (รวบรวมเงิน) อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 หมู่ที่ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว ตามหมายจับศาลจังหวัดกำแพงเพชร ที่ 180/2569 ลง วันที่ 7 เมษายน 2569เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.6 จะสืบสวนจนกว่าจะพบผู้สั่งการใหญ่.







