ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดงาน “สานพลังสตรีสตูล” เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ชูแนวคิดสิทธิและความเสมอภาค พร้อมโชว์ไฮไลต์เดินแบบผ้าไทยสืบสานภูมิปัญญาเปอรานากัน ท่ามกลางสมาชิกสตรี 7 อำเภอที่พร้อมใจแต่งกายผ้าไทยพื้นเมืองร่วมงานกว่า 1,100 คน
ณ บริเวณลานจอดรถหน้าศาลากลางจังหวัดสตูล นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “สานพลังสตรีสตูล เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2569” โดยมี นางสาววิชญศากรณ์ วีระพันธุ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล พร้อมด้วย นายพิบูลย์ รัชกิจประการ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล เขต 1, นางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล, นางผกาพันธุ์ สรรค์สวาสดิ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสตูล ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569
นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าวว่า วันสตรีสากลเป็นวาระสำคัญที่ย้ำเตือนถึงสิทธิ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีของสตรี ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในปี 2569 นี้ รัฐบาลมุ่งเน้นภายใต้แนวคิด “สิทธิ ความยุติธรรม และเสียงของผู้หญิง : สู่สังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ
ไฮไลต์เดินแบบ “เปอรานากัน” สุดตระการตา บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะช่วงไฮไลต์สำคัญที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน เมื่อ นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ควงคู่ นางสาววิชญศากรณ์ วีระพันธุ์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล ร่วมเดินแบบแฟชั่นโชว์ในชุดฟินนาเร่ “พลังสตรี สืบสานภูมิปัญญาเปอรานากัน” ซึ่งเป็นการถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจังหวัดสตูลผ่านผืนผ้าอย่างงดงาม
กิจกรรมหลากหลาย เสริมเกราะความรู้ยุค AI นอกจากการแสดงความยินดีกับสตรีดีเด่นที่เข้ารับมอบเกียรติบัตรจำนวน 49 รางวัลแล้ว ภายในงานยังมีการบูรณาการความรู้ที่ทันสมัย อาทิ การบรรยายหัวข้อ “ผู้หญิงยุคใหม่ รู้ทันภัยออนไลน์ เสริมเกราะป้องกันภัยในยุค AI” และการเสวนาเพื่อสังคมปลอดความรุนแรง รวมถึงการจัดนิทรรศการอาหารพื้นถิ่นเปอรานากัน และการประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งพร้อมหางเครื่องที่สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะตลอดทั้งงาน
การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความพร้อมของสตรีจังหวัดสตูล ในการรวมพลังขับเคลื่อนสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนสืบไป







