ตำรวจสอบสวนกลางจับกุม “เป่ย หมินซือ” อายุ 32 ปี ชาวเซนต์คิตส์ เนวิส ผู้บริหารเครือข่ายพนันออนไลน์จีน 239 แพลตฟอร์ม มีเงินหมุนเวียนกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ที่พัทยา พร้อมเพิกถอนสิทธิอยู่ไทยและเตรียมส่งตัวกลับจีน
วันที่ 9 เม.ย.69 เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.เรืองรัตน์ หงษ์ทิพรัตน์ รอง ผบก.ปพ., เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เข้าจับกุม นายเป่ย หมินซือ อายุ 32 ปี สัญชาติเซนต์คิตส์และเนวิส ได้ภายในบ้านพักพลูวิลล่าหรู ซอยจอมเทียน 14 เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากการประสานข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ซึ่งระบุว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าว เป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายพนันออนไลน์ขนาดใหญ่ ที่มีความเชื่อมโยงกับ “เฉอ จื่อเจียง” ผู้ถูกระบุว่าเป็นเจ้าของเครือข่ายอาชญากรรมสีเทาในพื้นที่ “เมืองชเวก๊กโก่” ประเทศเมียนมา
จากการสืบสวน พบว่า นายเป่ย มีบทบาทสำคัญในการบริหารแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ถึง 239 แห่ง มีผู้เล่นชาวจีนกว่า 330,000 ราย และมีเงินหมุนเวียนสูงถึง 2,775 พันล้านหยวน หรือประมาณ 13,180 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ ระบุว่า ผู้ต้องหาได้หลบเลี่ยงการติดตามของทางการจีน ด้วยการเปลี่ยนสัญชาติและใช้หนังสือเดินทางของสหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส เดินทางเข้า-ออกประเทศไทย โดยไม่เป็นที่สงสัย ก่อนจะมากบดานในที่พักหรูในกรุงเทพมหานคร และภายหลังเคลื่อนย้ายมายังพัทยา กระทั่งชุดสืบสวนติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และพบความเคลื่อนไหวในการเดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่พัทยา จึงวางแผนเฝ้าติดตาม ก่อนเข้าจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม และอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการส่งตัวกลับประเทศจีน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลางย้ำว่า มีความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมใช้เทคโนโลยีติดตามอาชญากรรมดิจิทัลอย่างเข้มข้น เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ








