อุทยานนาควัตร จ.อุบลราชธานี ชวนเที่ยวสงกรานต์ 2569 สายมูแต่งชุดไทยสรงน้ำ 9 นาคา เสริมดวง เสริมบารมี พร้อมชมปรากฏการณ์พญานาคคายลูกไฟสุดตื่นตา หนึ่งเดียวในอุบลฯ เปิดให้เข้าฟรีตลอดเทศกาล
วันที่ 9 เม.ย.69 ที่ อุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ผศ.ดร.พนธ์พันธ์ เลิศจันทรางกูร หรือ อาจารย์ เติ้ล ตะวัน หมอดูเศรษฐี เจ้าของอุทยานนาควัตร เปิดวังเจ้าปู่ เจ้าย่า องค์พญานาคทุกองค์ พร้อมเปิดสระองค์ 9 นาคา อันศักดิ์สิทธิ์ เย็นชุ่มฉ่ำเบิกบานใจ ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ที่อุทยานนาควัตร จ.อุบลฯ ประจำปี 2569 ในระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2569 โดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวสายมู แต่งกายชุดไทย หรือผ้าไทย ร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระ และชมองค์สมเด็จพระจักรพรรดิปางเปิดโลก สูง 21 เมตร สูงที่สุดในภาคในภาคอีสาน รวมทั้งกราบไหว้ สักการะท้าวเวสสุวรรณ 5 ปางเศรษฐี แก้ปีชง พลิกดวงรวย ไหว้เสริมบุญ เสริมความรวย เสริมดวง บารมี ในช่วงสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ซึ่งอุทยานนาควัตรเปิดต้อนรับผู้คนหรือนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมได้ฟรี
ทั้งนี้ จุดสำคัญคือ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ที่อุทยานนาควัตร ยังได้ชมปรากฏฏการณ์อันอัศจรรย์ 1 เดียวใน จ อุบลราชธานี คือ องค์พญานาค 9 นาคา คายลูกไฟออกจากปาก ในช่วงเวลา 17.00-18.00 น. ที่น่าตืนตา ตื่นใจ อีกด้วย
สำหรับปรากฏกการณ์พญานาคพ่นลูกไฟ เป็นเพราะดวงพระอาทิตย์ที่แดงฉ่ำตั้งอยู่ตรงจุดปากรูปพญานาค 9 นาคา อย่างพอเหมาะ และเมื่อนักท่องเที่ยวได้มาชม และ เดินมองดูตรงจุกปากพญานาคจะดูคลายพญานาคคายลูกไฟออกจากปาก ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตที่ดีครั้งผู้ที่ได้พบเห็นถือเป็นผู้มีบุญบารมี ซึ่งตามความเชื่อพลังแห่งองค์นาคานั้นเอง
อุทยานนาควัตร จังหวัดอุบลราชธานี นับเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายที่นักท่องเที่ยว ต้องมาเยือนแลนด์มาร์คแห่งนี้ พาครอบครัว มาเล่นน้ำ มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามความเชื่อ ความศรัทธา ได้รับ ความเป็นสิริมงคง โชคลาภ บารมี กลับไป ทั้งยังได้เที่ยวชมวิถีชาวบ้าน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยที่กำลังจะมาถึงนี้ อุทยานนาควัตรเปิดพื้นที่อุทยานให้ประชาชนสามารถเข้ามากราบไหว้ บูชา และ ทำบุญได้ตลอดทั้งเดือนเมษายนนี้ เปิดทำการทุกวัน เปิด - ปิด เวลา 08.30 น. - 17.30 น. เสาร์ – อาทิตย์ เปิดถึง 18.30 น. (ช่วงสงกรานต์เปิด 08.00 น. - 18.30 น.) ซึ่งใครสนใจก็สามารถปักหมุดเดินทางมาได้ตามชื่ออุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ จังหวัดอุบลราชธานี และอุทยานฯ ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีเพียง 15 กิโลเมตรเท่านั้น








