อุบัติเหตุสยองพัทยา รถโม่ปูนเบียดชนจักรยานยนต์กลางแยกไฟแดง เหยียบชายชาวสหรัฐฯ วัย 69 ปี เสียชีวิต ตำรวจเร่งตรวจสอบวงจรปิดหาสาเหตุ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 เม.ย.69 ร.ต.ท.ธรรพ์ณธร กตัญญู รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุ รถบรรทุกโม่ปูนชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ใต้ท้องรถ เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดงเทพประสิทธิ์ ถนนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าพัทยา ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ เมืองพัทยา
ไปถึงที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านยืนมุมดูเหตุการณ์จำนวนมาก ตรวจสอบเบื้องต้นพบ รถ 10 ล้อ โม่ปูน ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน ทม. ชนกับ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีน้ำเงิน ทะเบียนชลบุรี โดยรถจักรยานยนต์ ติดคาอยู่ใต้กระจังหน้ารถโม่ปูนสภาพพังยับเยิน
นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ใต้ท้องรถโม่ปูน 1 ราย เป็นชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อต่อมา คือ นายกิลเบิร์ต อายุ 69 ปี ชาวสหรัฐอเมริกา โดยคนเจ็บ มีรูปร่างใหญ่ นอนขดตัวติดคาอยู่ใต้รถโม่ปูน ช่วงบริเวณล้อหลังรถ สภาพหายใจโรยริน ทีมกู้ภัยฯพยายามหาวิธีช่วยกู้ร่างนำออกจากใต้รถ โดยใช้เวลาเวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถดึงร่างออกมาได้สำเร็จ ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลจอมเทียน แต่สุดท้าย ชาวต่างชาติรายนี้ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อ
นายประวิทย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี คนขับรถโม่ปูน ยืนรอให้การกับตำรวจ พร้อมกับเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจากถนนเทพประสิทธิ์ พอมาถึงแยกไฟแดง ในระหว่างที่กำลังเลี้ยวซ้าย ไม่ทราบว่ารถจักรยานยนต์ ขี่มาอย่างไร ในระหว่างที่กำลังเลี้ยวรู้สึกว่าเกิดเฉี่ยวชนกับอะไรบางอย่าง จึงตัดสินใจจอดรถดูก็พบว่ามีรถจักรยานยนต์ เสียบคาอยู่หน้ารถ และใต้ท้องรถมีร่างคนเจ็บนอนติดอยู่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการช่วยเหลือดังกล่าว
ขณะที่พลเมืองดีเห็นเหตุการณ์และเป็นเจ้าของกล้องหน้ารถที่สามารถจับภาพขณะนาทีเกิดเหตุไว้ได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุรถโม่ปูนกำลังจะเลี้ยวซ้ายออกถนนสุขุมวิท จากนั้นรถรถจักรยานยนต์ของผู้ตายได้ขี่เร่งเครื่องมาประกบข้างเพื่อจะเลี้ยวซ้ายออกถนนสุขุมวิทเช่นกัน ก่อนที่รถทั้งสองคันจะเกิดการเบียดและเฉี่ยวชนกันจนร่างของผู้ตายมุดเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถโม่ปูน และถูกรถโม่ปูนเหยียบต่อหน้าต่อตา
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญตัวคนขับรถโม่ปูนไปทำการสอบสวน พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุทั้งหมด เพื่อสรุปสาเหตุของการเกิดอุบัติอุบัติเหตุในครั้งนี้ เพื่อดำเนินดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป








