ชาวบ้านควนกาหลงร้องถูกหลอกจ่ายเงินแลกบรรจุราชการ สูญรายละ 3-7 แสนบาท เสียหายกว่า 80 ราย ทางการลุยสอบวินัย-อาญาคู่ขนาน ย้ำแม้พ้นตำแหน่งแต่อายุความยังอยู่
วันที่ 8 เม.ย.69 บรรยากาศที่หน้า ที่ว่าการอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล บ่ายวันนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและรอยน้ำตา เมื่อกลุ่มตัวแทนชาวบ้านกว่า 11 ชีวิต เดินทางมาพร้อมหนังสือร้องเรียนและหลักฐานการโอนเงิน เพื่อเข้าพบนายปารเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอควนกาหลง เพื่อขอความช่วยเหลือหลังถูกอดีตผู้บริหารท้องถิ่นและขบวนการนายหน้าหลอกเงินฝากเข้าบรรจุราชการรายละหลายแสนบาท
ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดใจกับผู้สื่อข่าวด้วยเสียงสะอื้นว่า "เงินหลักแสนที่เสียไป มันคือเงินทั้งชีวิตที่นกเก็บหอมรอมริบมา เพียงหวังจะให้ลูกหลานมีงานที่มั่นคง แต่วันนี้เงินเก็บหมดไปแล้ว ลูกก็ไม่ได้งาน ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร วันนี้ไม่ได้ต้องการเอาเรื่องเอาราวถึงที่สุด ขอเพียงหน่วยงานช่วยเจรจาเอาเงินคืนกลับมาให้เราได้ต่อชีวิตก็พร้อมจะยอมความ"
ด้าน นายปารเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอควนกาหลง ได้ลงมารับเรื่องด้วยตนเองพร้อมให้ความมั่นใจกับชาวบ้านว่า "ทางอำเภอรายงานความเสียหายต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) แล้ว ยอดความเสียหายครั้งนี้ถือว่ามากและส่งผลกระทบต่อพื้นที่อย่างรุนแรง ผมจะติดตามความคืบหน้าให้อย่างใกล้ชิด ความพยายามอยู่ที่ไหน ความยุติธรรมต้องมีจริงในคดีนี้"
ขณะที่นางดารารัตน์ คุ้มเคี่ยม ท้องถิ่นจังหวัดสตูล ได้ชี้แจงประเด็นข้อกฎหมายที่ทำให้ชาวบ้านอุ่นใจขึ้นว่า "ในส่วนของวินัย แม้บุคคลที่ถูกกล่าวหาจะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่อายุความทางวินัยยังคงอยู่ ทางจังหวัดจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน และหากพบความผิดจริงจะมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งย้อนหลัง ซึ่งจะทำให้ขาดคุณสมบัติในการสมัครรับเลือกตั้งทางการเมืองตลอดไป โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับคดีอาญาที่ทางตำรวจ สภ.ควนกาหลง กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน"
ทางด้านความเคลื่อนไหวของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหา ล่าสุดได้ติดต่อผ่านผู้สื่อข่าว ยืนยันว่า ไม่ได้หลบหนี และรับทราบถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน โดยอ้างว่าขณะนี้กำลังเร่งหาเงินมา ทยอยคืน ให้กับทุกคนทุกบาททุกสตางค์ และจะพยายามติดต่อกลับหาผู้เสียหายทุกคนเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับเงินคืนแน่นอน
หลังประชุมหารือได้รวบรวมหนังสือร้องเรียนทั้ง 2 ฉบับ ที่ชาวบ้านยื่นเพื่อส่งถึงผู้ว่าฯ และ มท.2 เพื่อให้การสอบสวนในระดับนโยบายเข้มข้นขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดขบวนการ "ขายฝัน" เช่นนี้ในวงราชการอีกต่อไป
สำหรับชาวบ้านที่ถูกฉ้อโกงและหลอกลวง ซึ่งเป็นอดีตบิ๊กผู้นำท้องถิ่น โดยบอกว่าจะให้ลูกหลานได้รับราชการบรรจุเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยมีคำเฉลยข้อสอบให้ไปศึกษาก่อนเข้าห้องสอบ โดยเรียกเงินแต่ละคนไม่เท่ากัน รายละ 3 แสน ถึง 7 แสนบาทต่อราย ต่างคนต่างวาระแต่ผลปรากฏว่า ลูกหลานชาวบ้านที่เสียเงินไปแล้วไม่ได้รับราชการเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น แม้แต่คนเดียว จึงขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พบว่ามีอีกหลายคนที่เดือดร้อนยังไม่กล้าออกมาแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นชาวบ้านในอำเภอละงู อำเภอควนกาหลง อำเภอเมืองสตูล และจังหวัดข้างเคียงอย่างจ.ตรังด้วย ไม่น้อยกว่า 80 รายที่เป็นเจ้าทุกข์







