ข่าวภูมิภาค

ศิลป์ล้ำค่าบนธนบัตร! อดีตช่างแกะโรงพิมพ์แบงก์ชาติ เปิดนิทรรศการผลงานแห่งความจงรักภักดี

แชร์ข่าว


วันที่ 8 เม.ย. 69 พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ตั้งแต่รัชการที่ 1 -รัชกาลที่ 10  และพระฉายาสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในกรอบรูปที่ติดบนผนังบ้านของ นายพินิตย์ พันธประวัติ อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นอดีตผู้เชี่ยวชาญการแกะโลหะด้วยมือ โรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย   ที่ได้เกษียณอายุราชการแล้ว ได้ใช้เวลาว่างแกะพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ด้วยความจงรักภักดี ถือเป็นงานศิลปะที่ทรงคุณค่าที่น่านำมาให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้  ซึ่งถือเป็นอีกบุคคลหนึ่ง  ที่ได้ใช้ชีวิตหลังเกษียนอายุราชการมาทำในสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ ช่วงรับราชการอยู่นั้นทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งตัวไปศึกษาต่างประเทศ เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาในด้านเทคนิคต่าง ๆ   ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ท่านในประเทศ ที่ยังคงมีชีวิตอยู่กับงานที่ทรงคุณค่านี้ 
  

             
นายพินิตย์ พันธประวัติ อดีตผู้ชำนาญการโลหะด้วยมือ  โรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  ชื่นชอบงานศิลปะมาตั้งแต่เด็ก จะวาดการ์ตูนและภาพต่าง ๆ ที่ชอบ ผลงานชิ้นไหนได้ตีพิมพ์แล้ว  จะมีความรู้สึกดีใจมาก  กระทั่งจบมัธยมศึกษาตอนต้นที่ จ.นราธิวาส ได้ขึ้นมาเรียนศิลปะที่โรงเรียนอาชีวศึกษาธนบุรีและมาต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ช่วงนั้นโรงพิมพ์ธนบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดรับสมัครพนักงานฝึกแกะโลหะด้วยมือ จึงมาสมัครโดยไม่รู้ว่ามีหน้าที่อะไร   ตอนที่สอบให้เขียนพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 9 และให้ออกแบบลายไทย เขียนออกแบบตัวหนังสือ เขียนภาพทิวทัศน์  แต่พอสอบเข้าไปได้แล้วจึงรู้ว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทยต้องการให้มาฝึกการแกะแม่พิมพ์ธนบัตรที่ใช้บนแม่พิมพ์ธนบัตร เมื่อปี พ.ศ.2522  ได้เรียนรู้การแกะโลหะร่องลึกด้วยมือ  ภาษาอังกฤษเรียกว่า เทคนิคEngravingเทคนิคนี้จะไม่มีการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย ตนเองเรียนกับอาจารย์ 2 ท่านในโรงพิมพ์ธนบัตร  คือ อ.ประชุม เพชรดี และ อ.บุญชู ทองทับ  ท่านได้ถ่ายทอดให้เรียนรู้ศึกษาใช้เครื่องมือการแกะและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มีการสอนการแกะลายไทย และตัวหนังสือ ทิวทัศน์ ศึกษาแนวเส้นต่าง ๆ การแกะจะต้องวางแผนทิศทางให้ดี ต้องรักษาแนวเส้น รักษาช่องไฟให้ดี ทางโรงพิมพ์จะประเมินการทำงานทุก 2 ปีว่าสามารถผ่านเกณฑ์หรือไม่  ถ้าผ่านเกณฑ์ก็จะให้เรียนระดับสูงต่อไป ซึ่งจะต้องแกะภาพเหมือนเป็นงานที่สูงสุดแล้ว หลังจากผ่านเกณฑ์แล้วทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งตัวไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น   เบลเยี่ยม เยอรมนี  ออสเตรเลีย อีตาลี  ซึ่งจะเรียนรู้เทคนิคต่างๆของประเทศนั้นเพื่อนำมาพัฒนาและนำมาใช้กับงานอยู่ในโรงพิมพ์ธนบัตรไทย   หลังจากนั้นจึงได้เริ่มแกะพระบรมฉายาทิสลักษ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อประดับอยู่บนธนบัตร  เวลาออกแบบเสร็จแล้วทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายให้ทรงพระราชวินิจฉัย  หลังจากนั้นทางธนาคารจะมาแบ่งงานหน้าที่ดำเนินการ ส่วนการแกะพระบรมฉายาทิสลักษณ์ก็จะส่งมาให้ตนเองแกะตรงนี้  ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
 

              
สำหรับขั้นตอนการแกะนั้นต้องมีความละเอียดอ่อน  เมื่อได้ภาพที่เป็นต้นแบบแล้วจะเขียนเฉพาะเอ้าท์ลายรอบนอก มีการแบ่งแสง แบ่งเงา ว่าอยู่ตรงไหนบ้างในการแกะ จากนั้นจะอัดเอ้าท์ลายลงบนแม่พิมพ์โลหะ  และวางเส้นบนโลหะ ค่อยๆแกะไปตามทุกจุด ทุกเส้นจะต้องแกะบนแม่พิมพ์แบบเบาไว้ก่อน เพราะงานจะลบไม่ได้ โดยจะค่อยๆสร้างน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาจนได้น้ำหนักตามที่ต้องการ 
 

            
โดยช่วงระหว่างการทำงานอยู่ที่โรงพิมพ์ได้มีเป้าหมายในชีวิตว่า หลังเกษียนแล้วอยากมีนิทรรศการเป็นของตัวเอง จึงได้ทำงานสะสมไว้  แต่ละชิ้นใช้เวลาประมาณ 6 เดือน  เริ่มแกะตั้งแต่ปี 2540  กระทั่งปี  2558  อายุได้ 57 ปี  ได้เออรี่ออกจากงาน และรวบรวมผลงานออกมาแสดง ใช้ชื่อนิทรรศการว่า ภาพพิมพ์ใจ หทัยทวยราษฎร์  จากนั้นได้นำไปแสดงในสถานที่ต่าง ๆ มากมาย   ได้นำไปจัดแสดงร่วม กับกลุ่มเพื่อนศิลปินชื่อ  Art by Herat  ได้จัดแสดงตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ล่าวสุดที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสันราชบุรี ชั้น 2  ช่วงตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. - 10 เม.ย. 69 
   

         
สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ อาจารย์ พินิตย์  พันธประวัติ  ผู้ชำนาญการแกะโลหะด้วยมือ  โรงพิมพ์ธนบัตร ธนาคารแห่งประเทศไทย เบอร์  087-8001852