กลุ่มข้าราชการครูบำนาญภาคอีสานกว่า 200 คน รวมตัวที่ยโสธร เจรจาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ หาทางแก้ปัญหาหนี้บำเหน็จค้ำประกัน พร้อมให้สิทธิ์หักเงินตามระเบียบและคงรายได้สุทธิไม่น้อยกว่า 30%
วันที่ 7 เม.ย.69 เวลาประมาณ 09.00 น. ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านสำราญ ต.สำราญ อ.เมือง จ.ยโสธร กลุ่มข้าราชการครูบำนาญในจังหวัดยโสธรและจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือจาก 20 จังหวัด กว่า 200 คน รวมตัวกันเข้าพบผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้บำเหน็จค้ำประกันเงินกู้ โดยมี นายคำพันธ์ บุญยืด ประธานที่ปรึกษา และ นายสวัสดิ์ พรมโสภณ ประธานสมาพันธ์ข้าราชการบำนาญภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะกรรมการ อนุกรรมการ และสมาชิก เข้าร่วมประชุม
การหารือครั้งนี้ เป็นการพบปะกับ นายชุมพล ฝูงใหญ่ และนายยงยุทธ สายสุด รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 เจ้าหน้าที่การเงิน และคณะกรรมการสถานีแก้หนี้ ซึ่งตั้งขึ้นตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อเจรจาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการหักเงินบำเหน็จตกทอดเพื่อค้ำประกันหนี้ และขอให้เขตพื้นที่การศึกษาใช้บทบาทหน้าที่ในการพิจารณาช่วยเหลือครูบำนาญในกระบวนการปลดหนี้ โดยข้อเรียกร้องสำคัญของสมาพันธ์ฯ ได้แก่ การกำหนดลำดับการหักเงินชำระหนี้ให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย เช่น ภาษี สวัสดิการภาครัฐ หนี้สหกรณ์ หนี้บำเหน็จค้ำประกัน และหนี้สถาบันการเงินอื่น ๆ พร้อมทั้งต้องคงเหลือรายได้สุทธิของผู้รับบำนาญไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการหักเงินเดือนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. 2551
สำหรับข้าราชการคนใดมีเงินเดือนสุทธิเหลือน้อยกว่า 30 % เขตฯไม่ต้องหักเงินส่งให้บำเหน็จค้ำประกัน และสถาบันการเงินอื่น ๆ ส่านคนใดต้องการให้เขตฯหักให้สถาบันการเงินอื่นให้ไปบันทึกคำยินยอมที่เขตฯ เพื่อให้เขตดำเนินการให้ และขอให้เขตฯปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นศูนย์แก้หนี้ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง ต้องดำเนินการช่วยเหลือข้าราชการโดยเร็วทุกรายที่มาขอความช่วยเหลือ และต้องอำนวยความสะดวกช่วยเหลือทุกเรื่องที่สามารถทำได้และถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ผลัดวันประกันพรุ่งหรือนัดไปเรื่อย ๆ หากไม่ช่วยเหลือโดยเร็ว ถือว่าละเวันการปฏิบัติหน้าที่ มีความผิดทั้งทางวินัยและอาญา ทางสมาพันธ์ ฯ มีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายกับเขตฯทันที เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อไป ซึ่งผลการหารือสรุปได้ว่าทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 ยินดีที่จะดำเนินการให้ความช่วยเหลือและทำตามข้อเรียกร้องของทางสมาพันธ์ฯทั้ง 2 ข้อเรียกร้อง








